นโยบายการพิจารณาบทความ
บทความที่ส่งเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารจะต้องไม่มีการตีพิมพ์เผยแพร่มาก่อน หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์อื่นใด ทั้งนี้ บทความที่ได้รับการพิจารณาทุกบทความ ต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (peer-reviewed) อย่างน้อย 3 ท่าน (แบบ Double Blind) โดยผลการพิจารณาบทความอาจมีทั้งตอบรับการตีพิมพ์โดยไม่มีการแก้ไข หรือตอบรับการตีพิมพ์โดยมีการแก้ไข หรือปฏิเสธการตีพิมพ์
บทความที่ได้รับการพิจารณาให้ตีพิมพ์ ผู้แต่งยังคงสิทธิ์ในบทความ แต่ไม่สามารถนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ หรือแปลเพื่อตีพิมพ์ในแหล่งอื่นใดโดยปราศจากการยินยอมจากบรรณาธิการ และความรับผิดชอบในเนื้อหาบทความยังคงเป็นของผู้เขียน ซึ่งทางวารสารมิได้มีส่วนรับผิดชอบในความผิดพลาดในเนื้อหาดังกล่าว
ค่าใช้จ่ายเพื่อตอบรับการตีพิมพ์
ค่าใช้จ่ายเพื่อตอบรับการตีพิมพ์ วารสาร Silpakorn University e-Journal (Social Sciences, Humanities, and Arts) มีอัตราค่าตอบรับสำหรับบทความที่ได้รับการพิจารณาให้ตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว (accepted) ในอัตรา ดังนี้
1. บุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยศิลปากร อัตราบทความละ 4,000 บาท
2. บุคลากรของมหาวิทยาลัยศิลปากร (ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง)
2.1 อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ อัตราบทความละ 1,500 บาท
2.2 นักศึกษา (ระดับปริญญาบัณฑิต และบัณฑิตศึกษา) ไม่เสียค่าใช้จ่าย
โดยวารสารฯ จะเรียกเก็บเมื่อบทความได้รับการอนุมัติให้ตีพิมพ์แล้ว
ประเภทบทความที่รับพิจารณาตีพิมพ์ เป็นผลงานใหม่ที่ยังไม่เคยพิมพ์เผยแพร่ในสื่อใด ๆ มาก่อน ความยาวไม่เกิน 17 หน้า (รวมรายการอ้างอิง) ได้แก่
1. บทความวิจัย (Research article) คือบทความที่นําเสนอผลจากการศึกษาวิจัยทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน โดยกล่าวถึงภูมิหลัง ความเป็นมา ความสําคัญของปัญหาวัตถุประสงค์ของการวิจัย ระเบียบวิธีวิจัย ทฤษฎีและกรอบแนวคิด การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล สรุปและอภิปรายผลการวิจัย รวมทั้งข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ รวมทั้งประเด็นในการวิจัยครั้งต่อไป
ส่วนประกอบของบทความวิจัย
ชื่อเรื่อง: เป็นส่วนแรกของบทความ โดยต้องระบุทั้งชื่อเรื่องภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
บทคัดย่อ: เป็นส่วนสำคัญที่ประกอบด้วย (1) ระบุถึงที่มาหรือความสำคัญของปัญหา (2) วัตถุประสงค์ของการวิจัย (3) ระเบียบวิธีวิจัย (4) ผลการวิจัยที่เป็นข้อค้นพบที่สำคัญ (5) สรุป ข้อเสนอแนะ และการนำไปประยุกต์ใช้/การนำไปใช้ประโยชน์ หรือแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์ (มีความยาวไม่เกิน 300 คำ และจบใน 1 ย่อหน้า) ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อความสั้น กระทัดรัด กระชับ ถูกต้อง ชัดเจน และมีสาระที่สมบูรณ์ อ่านแล้วเห็นถึงภาพรวมของงานวิจัยทั้งหมด
คำสำคัญ: เป็นคำ หรือวลีที่เป็นตัวแทนเนื้อหาของบทความ เพื่อใช้เป็นคำค้นในฐานข้อมูล
บทนำ: เป็นส่วนที่บรรยายข้อมูลพื้นฐาน ความสำคัญของปัญหา และสาเหตุ หรือข้อถกเถียงที่นำไปสู่การวิจัยเพื่อหาคำตอบ
วัตถุประสงค์การวิจัย: เป็นส่วนที่ระบุถึงวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของการวิจัย
การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและกรอบแนวคิดการวิจัย: เป็นการศึกษาทบทวนสาระความรู้ แนวคิด ทฤษฎี จากเอกสารหรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แล้วสรุปมาเป็นกรอบแนวคิดการวิจัย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในเรื่องที่ทำวิจัย ทำให้มองเห็นภาพรวมของการทำวิจัย ทั้งนี้ อาจใช้การบรรยาย แผนภูมิ แผนภาพ หรือแบบจำลองก็ได้
ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นส่วนที่อธิบายถึงกระบวนการดำเนินการวิจัยอย่างครอบคลุมและชัดเจน
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยจะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกระบวนการวิจัย ตารางหรือแผนภูมิประกอบแสดงให้เห็นถึงข้อค้นพบสำคัญ และไม่ควรเกิน 5 ตาราง
สรุปและอภิปรายผล: การสรุปผลการวิจัยจะต้องสอดคล้องกับปัญหาและวัตถุประสงค์การวิจัย และมีหลักการหรือทฤษฎีรองรับ
รายการอ้างอิง: เป็นรายการบรรณานุกรมของแหล่งข้อมูลที่ได้กล่าวอ้างในเนื้อหา โดยเขียนตามรูปแบบการอ้างอิงแบบ APA format (American Psychological Association)
ส่วนบทความงานศิลปะหรือสร้างสรรค์ (Creative work article) เป็นบทความที่นำเสนอผลจากงานศิลปะหรือสร้างสรรค์ รายละเอียดการเขียนบทความควรประกอบด้วยชื่อบทความ บทคัดย่อ (Abstract) และคำสำคัญ (Keyword) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่มาและความสำคัญของงาน วัตถุประสงค์ แนวความคิด กระบวนการ เทคนิค วัสดุอุปกรณ์ องค์ความรู้ที่ได้ ปัญหาอุปสรรคหรือข้อจำกัด (ถ้ามี) และข้อเสนอแนะ และเอกสารอ้างอิง
ส่วนประกอบของบทความศิลปะหรืองานสร้างสรรค์
ชื่อเรื่อง: เป็นส่วนแรกของบทความ โดยต้องระบุทั้งชื่อเรื่องภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
บทคัดย่อ: เป็นส่วนสำคัญที่ประกอบด้วย (1) ระบุถึงที่มาหรือความสำคัญของปัญหา (2) วัตถุประสงค์ของงาน (3) กระบวนการ เทคนิค วัสดุอุปกรณ์ (4) ข้อค้นพบที่สำคัญ (องค์ความรู้ที่ได้) และ (5) สรุป อุปสรรค ข้อจำกัด ข้อเสนอแนะ และการนำไปประยุกต์ใช้/การนำไปใช้ประโยชน์ หรือแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์ (มีความยาวไม่เกิน 300 คำ และจบใน 1 ย่อหน้า) ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อความสั้น กระทัดรัด กระชับ ถูกต้อง ชัดเจน และมีสาระที่สมบูรณ์ อ่านแล้วเห็นถึงภาพรวมของงานวิจัยทั้งหมด
คำสำคัญ: เป็นคำ หรือวลีที่เป็นตัวแทนเนื้อหาของบทความ เพื่อใช้เป็นคำค้นในฐานข้อมูล
บทนำ: เป็นส่วนที่บรรยายข้อมูลพื้นฐาน ความสำคัญของของงานศิลปะหรืองานสร้างสรรค์
วัตถุประสงค์ของการสร้างสรรค์: เป็นส่วนที่ระบุถึงวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของงานศิลปะหรืองานสร้างสรรค์
แนวความคิดในการสร้างสรรค์: เป็นการกล่าวถึงหลักการ แนวคิดหรือทฤษฎีที่ใช้ในการสร้างสรรค์
กระบวนการ เทคนิค วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์: เป็นการบรรยายถึงขั้นตอนหรือระเบียบวิธีที่ใช้ในการสร้างสรรค์งาน
องค์ความรู้ที่ได้จากการสร้างสรรค์: เป็นการบรรยายผลที่ได้จากการสร้างสรรค์งาน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกระบวนการสร้างสรรค์
ปัญหา อุปสรรคหรือข้อจำกัด (ถ้ามี) และข้อเสนอแนะ: บรรยายถึงปัญหา อุปสรรคหรือข้อจำกัด และข้อเสนอแนะในการสร้างสรรค์งาน
เอกสารอ้างอิง: เป็นรายการบรรณานุกรมของแหล่งข้อมูลที่ได้กล่าวอ้างในเนื้อหา โดยเขียนตามรูปแบบการอ้างอิงแบบ APA format (American Psychological Association)
2. บทความวิชาการ (Academic article) คือ บทความที่มุ่งวิเคราะห์ประเด็นตามหลักวิชาการ โดยสำรวจวรรณกรรมและมีการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อสนับสนุนแนวคิด จนสามารถสรุปผลการวิเคราะห์ในประเด็นนั้นได้ มีเนื้อหาเน้นหนักไปในด้านวิชาการ เสนอความคิด องค์ความรู้ใหม่ หรือเป็นการตีความ ค้นคว้าหาข้อเท็จจริง
ส่วนประกอบของบทความวิชาการประกอบด้วย
ชื่อเรื่อง: เป็นส่วนแรกของบทความ โดยต้องระบุทั้งชื่อเรื่องภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
บทคัดย่อ: เป็นส่วนที่สรุปเนื้อหาของบทความ เห็นถึงที่มาหรือความสำคัญของประเด็นที่ศึกษา องค์ความรู้หรือข้อเท็จจริงที่พบ การเสนอแนวคิด ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อความสั้น กระชับ ถูกต้อง ชัดเจน และมีสาระที่สมบูรณ์ โดยเขียน 1 ย่อหน้า และมีความยาว 250-300 คำ
คำสำคัญ: เป็นคำ หรือวลีที่เป็นตัวแทนเนื้อหาของบทความ เพื่อใช้เป็นคำค้นในระบบฐานข้อมูล
บทนำ: เป็นส่วนที่บรรยายเพื่อให้ผู้อ่านทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเนื้อหาที่เขียน และจูงในให้ผู้อ่านสนใจ
เนื้อหา: เป็นส่วนหลักของบทความ มีการวางเค้าโครงที่ความสอดคล้องกับลักษณะเนื้อหา การนำเสนอร้อยเรียงอย่างสอดคล้องกัน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย
บทสรุป: เป็นการสรุปเนื้อหาทั้งหมดอย่างย่อและชัดเจน อาจมีการเปรียบเทียบถึงข้อแตกต่างหรือข้อดีข้อเสีย
รายการอ้างอิง: เป็นรายการบรรณานุกรมของแหล่งข้อมูลที่ได้กล่าวอ้างในเนื้อหา โดยเขียนตามรูปแบบการอ้างอิงแบบ APA format (American Psychological Association)
3. บทความปริทัศน์หรือบทวิจารณ์วรรณกรรม (Review article) คือ บทความที่เรียบเรียงขึ้นโดยมุ่งวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณ์ เปรียบเทียบเพื่อนำเสนอแง่มุม แนวคิด ประเด็นปัญหา ตลอดจนแนวโน้มขององค์ความรู้และความเข้าใจใหม่ ๆ
ส่วนประกอบของบทความปริทัศน์ประกอบด้วย
ชื่อเรื่อง: เป็นส่วนแรกของบทความ โดยต้องระบุทั้งชื่อเรื่องภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
บทคัดย่อ: เป็นส่วนที่สรุปเนื้อหาของบทความ เห็นถึงที่มาหรือความสำคัญของประเด็นที่มุ่งศึกษาวิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือวิจารณ์ เสนอแง่มุมแนวคิดหรือองค์ความรู้ที่น่าสนใจใหม่ ๆ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อความสั้น กระชับ ถูกต้อง ชัดเจน และมีสาระที่สมบูรณ์ โดยเขียน 1 ย่อหน้า และมีความยาว 250-300 คำ
คำสำคัญ: เป็นคำ หรือวลีที่เป็นตัวแทนเนื้อหาของบทความ เพื่อใช้เป็นคำค้นในระบบฐานข้อมูล
บทนำ: เป็นส่วนที่บรรยายเพื่อให้ผู้อ่านทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเนื้อหาที่เขียน และจูงในให้ผู้อ่านสนใจ
เนื้อหา: เป็นส่วนหลักของบทความ มีการวางเค้าโครงที่ความสอดคล้องกับลักษณะเนื้อหา การนำเสนอร้อยเรียงอย่างสอดคล้องกัน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย
บทสรุป: เป็นการสรุปเนื้อหาทั้งหมดอย่างย่อและชัดเจน อาจมีการเปรียบเทียบถึงข้อแตกต่างหรือข้อดีข้อเสีย
รายการอ้างอิง: เป็นรายการบรรณานุกรมของแหล่งข้อมูลที่ได้กล่าวอ้างในเนื้อหา โดยเขียนตามรูปแบบการอ้างอิงแบบ APA format (American Psychological Association)
การเตรียมต้นฉบับ
ก. ชื่อเรื่องหรือชื่อบทความ
ชื่อบทความควรตั้งให้มีความสอดคล้องกับเนื้อหาในบทความ และมีความน่าสนใจ โดยต้องมีความยาวไม่เกิน 85 อักขระ (รวมการเว้นวรรค)
ข. ชื่อผู้แต่งและสังกัด
ให้ระบุชื่อ นามสกุล อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานของผู้เขียนทุกคน (ใส่ตัวเลขที่เป็นตัวยก (superscript) กำกับ ส่วนสังกัด อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานของผู้เขียนให้ระบุในส่วนเชิงอรรถท้ายหน้า
ค. บทคัดย่อ
บทคัดย่อภาษาไทยต้องปรากฏในหน้าแรกของบทความ ย่อหน้าเดียว ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ หรือไม่ควรเกิน 300 คำ โดยจะต้องมีใจความที่สั้น กะทัดรัด กระชับ ถูกต้อง ชัดเจน อ่านแล้วเห็นถึงภาพรวมของงานวิจัยทั้งหมด มีที่มาหรือความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ว่างานวิจัยนี้ต้องการทราบอะไร มีขั้นตอนวิธีการในการดำเนินงานวิจัย วิธีการรวบรวมข้อมูล วิธีการวิเคราะห์ มีผลการศึกษาที่ระบุข้อค้นพบที่ได้จากงานวิจัยที่โดดเด่นและมีความสำคัญ มีการสรุปรวบยอดผลการวิจัยและมีข้อเสนอแนะ ที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกทึ่งกับผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ หรือมีประสิทธิภาพ และ/หรือมีคุณค่า สามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาไปช่วยกลุ่มเป้าหมายที่ศึกษาได้อย่างไร สำหรับบทคัดย่อที่เป็นภาษาอังกฤษ (Abstract) นั้น จะต้องมีใจความที่สอดคล้องกับบทคัดย่อภาษาไทย และมีการใช้ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
ง. คำสำคัญ
คำหรือวลีที่เป็นคำสำคัญจะต้องเป็นคำที่เหมาะสมที่ใช้เป็นตัวแทนเนื้อหาสำหรับการสืบค้นบทความ (3-5 คำ)
จ. ส่วนเนื้อหา
เนื้อหาบทความจะต้องแบ่งเป็นหัวข้อหลัก ดังนี้
1. บทความวิจัย ประกอบด้วย 1) บทนำ 2) วัตถุประสงค์ของการวิจัย 3) การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและกรอบแนวคิดการวิจัย 4) วิธีดำเนินการวิจัยและเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 5) ผลการศึกษาวิจัย 6) อภิปรายและสรุปผลการวิจัย 7) ข้อเสนอแนะ 8) กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) 9) References (รายการอ้างอิง)
บทความศิลปะหรืองานสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 1) บทนำ 2) วัตถุประสงค์ของการสร้างสรรค์ 3) แนวความคิดในการสร้างสรรค์ 4) กระบวนการ เทคนิค วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ 5) องค์ความรู้ที่ได้จากการสร้างสรรค์ 6) ปัญหา อุปสรรคหรือข้อจำกัด (ถ้ามี) 7) ข้อเสนอแนะ 8) References (รายการอ้างอิง)
2. บทความวิชาการ ประกอบด้วย 1) บทนำ 2) เนื้อหา (ชื่อหัวข้อและจำนวนหัวข้อ แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละบทความ) 3) บทสรุป 4) References (รายการอ้างอิง)
3. บทความปริทัศน์หรือบทวิจารณ์วรรณกรรม ประกอบด้วย 1) บทนำ 2) เนื้อหา (ชื่อหัวข้อและจำนวนหัวข้อ แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละบทความ) 3) บทสรุป 4) References (รายการอ้างอิง)
ฉ. ภาพประกอบและตาราง
คำอธิบายเพิ่มเติมของรูปภาพ ตาราง และเชิงอรรถควรจัดวางให้มีความสอดคล้องกับเนื้อหา โดยเชิงอรรถจะต้องมีตัวเลขที่เป็นตัวยกกำกับ ส่วนภาพประกอบควรมีความละเอียดไม่น้อยกว่า 300 dpi
ช. รายการอ้างอิง
การเขียนรายการอ้างอิงของบทความในวารสาร Silpakorn University e-Journal (Social Sciences, Humanities, and Arts) ใช้รูปแบบการอ้างอิงแบบ APA (7th edition) โดยประกอบด้วยการอ้างอิงในเนื้อหาและการอ้างอิงท้ายบทความ ทั้งนี้ ผู้เขียนสามารถศึกษารายละเอียดวิธีการเขียนรูปแบบการอ้างอิงเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1TAs8ifZJKNXHZVushWkrNo9ELf8GYN62/view?usp=sharing
การส่งบทความ
ผู้เขียนเป็นผู้รับผิดชอบในความถูกต้อง ผลการวิจัย และบทสรุปในเนื้อหาบทความที่เขียนขึ้น ทั้งนี้การส่งบทความเพื่อขอรับการพิจารณาตีพิมพ์ กองบรรณาธิการจะตอบรับการพิจารณาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และบทความที่ส่งมาอาจถูกส่งกลับให้ปรับแก้พร้อมข้อเสนอแนะการปรับแก้ของผู้ทรงคุณวุฒิประมาณ 3-4 เดือน อาจน้อยกว่าหรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
การส่งบทความเพื่อขอรับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสาร ผู้เขียนจะต้องลงทะเบียนและกรอกแบบฟอร์มพร้อมแนบไฟล์บทความแบบออนไลน์ และผลการตรวจอักขราวิสุทธิ์ โดยเข้าไปที่ https://so05.tci-thaijo.org/index.php/sujthai/submission/wizard หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ประสานงานวารสารได้ที่อีเมล suj.manager@su.ac.th
การตรวจสอบ Plagiarism
ก่อนการส่งบทความ ผู้เขียนมีหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจสอบการคัดลอกบทความด้วยโปรแกรมอักขราวิสุทธิ์ โดยเข้าไปที่ http://plag.grad.chula.ac.th/ จากนั้นกรอกอีเมลที่เป็นอีเมลมหาวิทยาลัย (@su.ac.th , @swu.ac.th, @ku.ac.th, @chula.ac.th.... เป็นต้น) ของท่าน และแนบไฟล์บทความ แล้วคลิกยืนยัน ระบบจะดำเนินการตรวจการคัดลอกสักครู่หนึ่ง เมื่อเสร็จสิ้น ระบบจะส่ง Link ผลการตรวจไปยังอีเมลที่ท่านได้กรอกไว้ ให้ผู้เขียนคลิกเข้าไปยัง Link ที่นำไปหน้าผลการตรวจ จากนั้นสั่ง Print to PDF จะได้ผลการตรวจที่เป็นไฟล์ PDF ให้แนบไฟล์ผลการตรวจอักขราวิสุทธิ์ดังกล่าวเข้ามาพร้อมกับบทความ
* บทความที่สามารถรับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้ จะต้องมีผลการซ้ำซ้อนไม่เกิน 17% และต้องไม่มีการซ้ำซ้อนในส่วนผลการวิจัย
การสงวนลิขสิทธิ์
ขอสงวนสิทธิ์เนื้อหาทั้งหมดของวารสาร ยกเว้นการใช้เพื่อการวิจัย การศึกษาส่วนบุคคล หรือการวิพากย์วิจารณ์และการปริทัศน์ ห้ามทำซ้ำ จัดเก็บหรือเผยแพร่โดยปราศจากการยินยอมของผู้จัดพิมพ์
คำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคล
ชื่อและอีเมลที่ให้ไว้กับทางวารสาร ใช้ตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานวารสารเท่านั้น มิได้นำไปใช้เพื่อการอื่น หรือมอบให้แก่หน่วยงานอื่น
Author Guidelines
Editorial Policy
Manuscripts submitted for publication in this journal must not have been previously published and are not under consideration for publication in any other media. All manuscripts accepted for publication are peer-reviewed. As a result of the technical review process, a manuscript may be accepted without change, recommended for modification and further review, or rejected.
Manuscripts are accepted with the understanding that authors have obtained the authority for publication. If accepted, the manuscript shall not be published elsewhere in the same form, in either the same or another language, without the consent of the editors. Authors are responsible for the scientific accuracy of the papers. The SUJ assumes no responsibility for conclusions and errors made by authors.
Publication charges
There are publication rates for accepted articles to be published in Journal as follows.
1. Silpakorn University outsiders 4,000 Baht
2. Silpakorn University insiders
2.1 College teachers 1,500 Baht
2.2 College students (Bachelor Degrees, Master degrees and Doctor degrees) no charges
The invoice will be requested after the article was accepted for publication.
Types of manuscript Manuscripts submitted for publication in this journal must not have been previously published or not be under consideration for publication in any other media and not over 17 pages including references.
1. Research articles
Research articles are comprehensive accounts of significant empirical, experimental or theoretical results as well as case studies.
2. Academic articles / Review articles
Review articles provide a summary of topics of general interest to audiences. There would be criticism or academic comment. Furthermore, the comprehension of the topic would be projected.
The arrangement of full length articles should accord with the followings:
a. Title and running title
The full title is not limited in length but the running title should not exceed 85 characters including spaces between words.
b. List of authors and affiliations
Full names, affiliations, email address and work telephone (marked with superscript number) should be provided for all authors on the page footnote.
c. Abstract
First page of the content starts with an abstract in Thai language. The abstract must include the basic contents of the article. It should be in a single paragraph not over 300 words summarizing the question(s) being addressed and the findings. In second page, an English abstract must be present content conform with Thai abstract.
d. Keywords
Keywords or short phrases suitable for indexing should be supplied (3-5 keywords).
e. Body text
The body text must be divided into main sections, such as the followings: 1) Introduction 2) Methods 3) Analysis Results 4) Discussion/Conclusion 5) Acknowledgements (if any) 6) References.
f. Figure and Table
Legends, tables and footnotes should be typed on separate sheets. Footnotes, to be numbered consecutively in superscript throughout the text, should be used as little as possible.
Figures should have a resolution of at least 300 dpi.
g. References
See more details at https://drive.google.com/file/d/1TAs8ifZJKNXHZVushWkrNo9ELf8GYN62/view?usp=sharing
References
SUJ uses the APA (7th edition) style of citing and referencing:
Tables and figures
Each table and figure must be on a separate page of the manuscript.
Tables: Number the tables according to their sequence in the body text.
Figures: Figures should be of high quality (not less than 300 dpi PNG or TIFF format), in colour only, with the same size as the author would like them to appear in press.
Submission of manuscripts
All information contained in a manuscript is a full responsibility of the authors, including the accuracy of the data and resulting conclusion. The editorial office will acknowledge receipt of the manuscript atleast 2 weeks of submission. The manuscript may be returned to authors for revision. Authors will be given 3-4 month after receipt of the reviewers’ comments to revise the manuscript.
Please register and submit the manuscript with a submission form online at https://so05.tci-thaijo.org/index.php/sujthai/submission/wizard or contact the managing editor at suj.manager@su.ac.th
Plagiarism checking
The author must let the manuscript checked by Akarawisut and export the result into PDF file before submitting.
* A manuscript must has plagiarism less than 17%.
Copyright Notice
All rights reserved. Apart from citations for the purposes of research, private study, or criticism and review, no part of this publication may be reproduced, stored or transmitted in any other form without prior written permission by the publisher.
Privacy Statement
The names and email addresses entered in this journal site will be used exclusively for the stated purposes of this journal and will not be made available for any other purpose or to any other party.