การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเรียนรู้ชุมชนแนวปฏิบัติเพื่อสุขภาวะชุมชน

Main Article Content

เริงวิชญ์ นิลโคตร
นพพร จันทรนำชู

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อถอดบทเรียนองค์ความรู้แนวทางพัฒนาการเรียนรู้ชุมชนแนวปฏิบัติเพื่อสุขภาวะชุมชนในบริบทต่างๆ ของประเทศ 2. เพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์การดำเนินการสำหรับการพัฒนาการเรียนรู้ชุมชนแนวปฏิบัติเพื่อสุขภาวะชุมชน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาภายใต้การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผู้วิจัยได้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) พื้นที่กรณีศึกษา 4 แห่งได้แก่ภาคเหนือกรณีศึกษาสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนอย่างมีส่วนร่วม องค์การบริหารส่วนตำบล ดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ภาคกลาง กรณีศึกษาเครือข่ายการสร้างเสริมสุขภาวะโรงพยาบาลสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ภาคใต้กรณีศึกษา เครือข่ายโรงเรียนสุขภาวะ (รร.ต้นบากราษฎร์บำรุง จังหวัดตรัง) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือกรณีศึกษาเครือข่ายองค์การบริหารส่วนตำบล วังแสง อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วยผู้บริหาร  คณะกรรมการ สมาชิกในชุมชน และเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องกับชุมชนแนวปฏิบัติ จำนวน 80 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ เครื่องมือการถอดบทเรียนอย่างมีส่วนร่วม แผนที่ทางความคิด การประเมินผลอย่างเสริมพลังการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า 1. บทเรียนองค์ความรู้แนวทางพัฒนาการเรียนรู้ชุมชนแนวปฏิบัติเพื่อสุขภาวะชุมชนในบริบทต่างๆ ของประเทศ  มีหลายรูปแบบที่หลากหลายขึ้นอยู่กับแนวทางการบูรณาการและบริหารจัดการของแต่ละพื้นที่ โดยมีปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ 1) ความเข้าใจต่อเป้าหมายสุขภาวะชุมชน 2) การให้ความสำคัญกับบริบทของพื้นที่ 3) องค์ความรู้ที่จำเป็นและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน 4) ด้านการพัฒนาการเรียนรู้ชุมชนแนวปฏิบัติต้องให้ความสำคัญกับคนเป็นศูนย์กลาง  และมีองค์ประกอบการพัฒนา 3 ส่วน คือ 4.1 การสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างกลุ่ม 4.2 การพัฒนากิจกรรมและการสร้างจิตสำนึก 4.3 ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการหล่อเลี้ยงกลุ่ม 2. ข้อเสนอเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์การดำเนินการสำหรับการพัฒนาการเรียนรู้ชุมชนแนวปฏิบัติเพื่อสุขภาวะชุมชน ประกอบด้วย (1) การพัฒนาชุมชนแนวปฏิบัติต้องตั้งอยู่บนฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรม (2) การพัฒนาชุมชนแนวปฏิบัติต้องเป็นฐานการหนุนเสริมสู่การพัฒนาด้านอื่นๆ (3) การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือภาคประชาสังคมในการบูรณาการพัฒนาชุมชนเรียนรู้เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน (4) การพัฒนาชุมชนเรียนรู้ให้มีลักษณะเรียนรู้ไปและพัฒนาไปบนฐานการวิจัยปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม

Article Details

ประเภทบทความ
-

เอกสารอ้างอิง

Buranajaroenkij, D., et al. (2013). Step by Step Problem Resolution through the Group Process. Nakhon Pathom : The Institute of Human Rights and Peace Studies, Mahidol University.
Chutavichit, K., et al. (2018). Local Community Self-Management Lessons: Economy and Security. Nakhon Pathom : Research and Development Institute.
Fukuyama, F. (1995). Trust : the Social Virtues and the Creation of Prosperity. London : Penguin.
Jantotai, D. (2012). Strengthening Social Capital in the Communities of Thailand. Journal of Social Research, 35(1), 23-51.
Kamsrichan, W. (2007). Knowledge Management Empowerment by PAR Research. Bangkok : P.A. Living.co.Ltd.
Kutrakul, A. (2010). Social Innovation : Case Studies of Local Initiatives in Northern Thailand. A dissertation for the degree of doctor of Doctor of Public Administration Program, National Institute of Development Administration.
Poungsomlee, A. (2007). Community of Practices-CoPs. Nakhon Pathom : Division of Quality Development Mahidol University.
Suwanwong, A. (2016). Characteristics of Professional Learning Communities in Thai Educational Context. Panyapiwat Journal, 8(1),165.
Wasi, P. (2007). New Learning System to Overcome the Crisises of the Age. Bangkok : Ruam Duay Chuay Kan Publishing.co.Ltd.
_______. (2017). Strong Social Strategy. Nonthaburi : National Health Commission Office (NHCO).
World Bank. (1999). Project Appraisal Document on a proposed Learning and Innovation Credit to the Amount of SDR 3.6 Million Equivalent to the Kingdom of Cambodia for a Northeast Village.
Yoddumnern-Attig, B., et al. (2009). Qualitative Research. Nakhon Pathom : Institute for Population and Social Research.