การสำรวจสัญญาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพัฒนาข้อสัญญาที่เป็นธรรม
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะความไม่เป็นธรรมที่มีปรากฏอยู่ในสัญญาซื้อขาย สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงแบบของสัญญาสำเร็จรูปตามกฎหมาย เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมในต่างประเทศเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายหรือจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ให้มีความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค โดยใช้การศึกษาวิจัยเชิงเอกสารเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะของข้อสัญญาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคสามารถจำแนกออกได้เป็น 5 กลุ่มที่สำคัญ กล่าวคือ 1) ข้อสัญญาที่มีการใช้ถ้อยคำในสัญญาที่ซับซ้อนยากต่อการทำความเข้าใจ 2) ข้อสัญญาที่มีความไม่ชัดเจนโดยผู้ประกอบธุรกิจใช้ดุลพินิจในการตีความ 3) ข้อสัญญาที่ให้สิทธิแก่ผู้ประกอบธุรกิจแต่เพียงฝ่ายเดียวในการบอกเลิกสัญญาและริบเงินที่ผู้บริโภคได้ชำระไว้ 4) ข้อสัญญาที่มีผลเป็นการยกเว้นความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจไว้เป็นการล่วงหน้า และ 5) ข้อสัญญาที่มีผลกระทบต่อการชำระราคาของผู้บริโภคกรณีการเพิ่มหรือลดของเนื้อที่อสังหาริมทรัพย์
ข้อเสนอแนะจากการวิจัย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยเสนอแนะให้มีการระบุหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าข้อสัญญาลักษณะใดที่อาจจะถือว่ามีความไม่เป็นคุณต่อผู้บริโภค ควรมีการเพิ่มข้อความที่เป็นการแจ้งสิทธิให้แก่ผู้บริโภคได้ทราบ รวมถึงควรนำแนวทางในการคำนวณค่าเสียหายที่ผู้ประกอบธุรกิจพึงได้รับจากผู้บริโภคของประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้กับประเทศไทย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสารคุณภาพชีวิตกับกฎหมายเป็
- กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
กฤษฎา แสงเจริญทรัพย์. (2568). แนวทางพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญาในทุกด้าน. วารสารคุณภาพชีวิตกับกฎหมาย, 21(1), e280484.
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (1). (2566, 25 ธันวาคม).อสังหาฯ น่าห่วง สต๊อกท่วม กำลังซื้อหด ต้นทุนดีด ปรับขึ้นราคา จับตาหนี้เสียไหล.
https://www.reic.or.th/News/RealEstate/468154.
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (2). (2566, 18 ธันวาคม). อสังหาต่ำ 3 ล้านโซนอันตราย หนี้เสียพุ่ง แบงค์ปฏิเสธกู้ 70%.https://www.reic.or.th/News/RealEstate/468143.
สภาองค์กรของผู้บริโภค. (2564, 5 พฤศจิกายน). ‘ผู้ประกอบการคอนโดศุภาลัย’ ไม่มีสิทธิริบเงินจองที่ไม่ใช่มัดจำเงินดาวน์ หลังผู้บริโภคกู้แบงก์ไม่ผ่าน. https://www.tcc.or.th/supalai/
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2566 ทั่วราชอาณาจักร. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
DDproperty Editorial Team. (2566, 20 กันยายน). Thailand Consumer Sentiment Study H2 2023. DDproperty.
https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/thailand-consumer-sentiment-study-h2-2023-72994.
McCunn J. (2019). The contra proferentem rule: Contract law’s great survivor. Oxford Journal of Legal Studies. Advance online publication. https://doi.org/10.1093/ojls/gqz002.
Mohamad MI., Madon Z., Zin R., Mansur SA. (2008). Clarity and improving level of understanding of contract documentation. Malaysian Journal of Civil Engineering, 20(1), 128–136.
SCBEIC. (2567, 6 สิงหาคม). In Focus: ส่องตลาดที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทในกรุงเทพฯ และปริมณฑล. ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC). https://www.scbeic.com/ th/detail/file/product/9550/gyq1alhiht/In-focus-House-under-3-million-baht-20240806.pdf
Sitnik P. (2018). The dual/multiple nature of “plain and intelligible language” of unfair terms in consumer contracts under European law and its Polish transposition. Polish Yearbook of International Law, 38, 253–272. https://czasopisma.inp.pan.pl/index. php/pyil/article/download/2473/2144.