การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานที่มีต่อคุณภาพชีวิตแรงงานในสถานประกอบการขนาดย่อม : กรณีศึกษาอำเภอเมืองปทุมธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับการรับรู้และการปฏิบัติจริงตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 วิเคราะห์อิทธิพลพหุมิติของการบังคับใช้กฎหมายต่อคุณภาพชีวิตแรงงาน และพัฒนากรอบเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยใน
สถานประกอบการขนาดย่อม กลุ่มตัวอย่างคือแรงงานในสถานประกอบการขนาดย่อมในอำเภอเมืองปทุมธานี จำนวน 400 ราย ด้วยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ โดยใช้แบบสอบถาม ค่าความเชื่อมั่น 0.70 วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา การทดสอบค่าที วิเคราะห์ความแปรปรวน และการถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า ระดับการรับรู้ข้อกฎหมายในภาพรวมอยู่ในระดับสูง (M = 4.20) แต่การปฏิบัติจริง
กลับอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำ (M = 2.85) โดยเฉพาะมาตรา 16 ด้านการฝึกอบรมความปลอดภัยที่มีช่องว่างการปฏิบัติกว้างที่สุดถึง -1.62 เนื่องจากข้อจำกัดด้านต้นทุน ในมิติคุณภาพชีวิตแรงงาน (QWL) พบความย้อนแย้ง "กับดักความสัมพันธ์แบบเครือญาติ" ซึ่งความสนิทสนมเป็นอุปสรรคต่อการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัย
ผลการวิเคราะห์อิทธิพลเชิงสาเหตุยืนยันว่า การฝึกอบรมตามมาตรา 16 ( = 0.45) และสิทธิการโต้แย้งตามมาตรา 21 ( = 0.32) เป็นปัจจัยพยากรณ์ที่สำคัญที่สุดต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน โดยกลุ่ม
ภาคการผลิตมีคะแนนสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น
ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ภาครัฐควรปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุนผ่านมาตรการจูงใจทางภาษีและส่งเสริมโมเดล "เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยร่วมกัน" สำหรับผู้ประกอบการควรใช้หลักการ "WISE" เพื่อปรับปรุงสภาพงานด้วยต้นทุนต่ำ และบูรณาการวัฒนธรรมความปลอดภัยเข้ากับระบบความสัมพันธ์เดิม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพความปลอดภัย ให้แก่แรงงานอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสารคุณภาพชีวิตกับกฎหมายเป็
- กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
กนกกุล เพชรอุทัย และ ปุณยวีร์ หนูประกอบ. (2565). การศึกษาสภาพปัญหาการทำงานและความคุ้มครองทางสังคม ของผู้ประกอบอาชีพลูกจ้างแม่บ้าน. วารสารพัฒนาสังคม, 24(ฉบับพิเศษ), A229-A245.
กมลพร กัลยาณมิตร. (2562). การจัดการความปลอดภัยในการทำงานอย่างยั่งยืน ของสถานประกอบการจังหวัดปทุมธานี. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 7(4), 1023-1036.
ชาญชัย โฮ้สงวน. (2552). ความเที่ยงและความตรงของดัชนีแบบอย่างความเป็นวิชาชีพฉบับภาษาไทย. วารสารทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 32(1), 53-68.
นิรมล ยินดี. (2569). ปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสปา. วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสาร, 9(1), 103-117. https://doi.org/10.14456/issc.2026.8
มุกดาฉาย แสนเมือง. (2567). การจัดการความเสี่ยงของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กรณีศึกษา ภาคบริการในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนขององค์กร. วารสารนวัตกรรมและการจัดการ, 9(2), 35-53.
โยธิน พลประถม พงศ์ หรดาล คณกร สว่างเจริญ และ ภาษิต ทินนาม. (2568). การพัฒนารูปแบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์สำหรับสถานประกอบการขนาดเล็ก. วารสารวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมบ้านสมเด็จ, 6(2), 32-49.
สำนักงานประกันสังคม. (2568). รายงานสถานการณ์การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ปี 2567-2568. สืบค้นจาก https://www.sso.go.th/wpr/main/privilege/กองกองทุนเงินทดแทน.
สำนักงานสถิติจังหวัดปทุมธานี. (2568). รายงานสถิตินิติบุคคลคงอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
Ajzen I. (1991). Theory of Planned Behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes. New Jersey: Prentice-Hall.
Ahmad R., Nawaz M. R., Ishaq M. I., Khan M. M., Ashraf H. A. (2023). Social exchange theory: Systematic review and future directions. Frontiers in Psychology, 13, 1015921. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2022.1015921.
Balogun A. O., Andel S. A., Smith T. D. (2020). “Digging deeper” into the relationship between safety climate and turnover intention among stone, sand and gravel mine workers: Job satisfaction as a mediator. International Journal of Environmental Research and Public Health, 17(6), 1925. https://doi.org/10.3390/ijerph17061925.
Bourdieu P. (1986). The forms of capital. In J. G. Richardson (Ed.), Handbook of theory and research for the sociology of education (pp. 241-258). New York: Greenwood Press.
Prakoso A., Budiono A. (2025). Understanding employee turnover: Health, safety, work environment, and job satisfaction influence commitment. Journal Akuntansi, Keuangan, dan Manajemen, 6(3), 815-826. https://doi.org/10.35912/jakman.v6i3.4585