บทวิเคราะห์หลักเกณฑ์การพิจารณาสถานะทางดินแดน“ดินแดนแห่งสันติ”(ดารุลอิสลาม) และ“ดินแดนแห่งศัตรู”(ดารุลหัรบ์) และสถานะในบริบทของประเทศไทย

Main Article Content

อรรณพ แดงโกเมน อับดุลเลาะ หนุ่มสุข และอิมรอน มะลูลีม

บทคัดย่อ

แนวคิดเรื่องการแบ่งดินแดนออกเป็น“ดินแดนแห่งสันติ”(ดารุลอิสลาม) และ“ดินแดนแห่งศัตรู” (ดารุลหัรบ์) เป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญทางกฎหมายอิสลาม โดยเฉพาะในหมวดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งมีผลกระทบต่อความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมกับอาณาจักรหรือรัฐที่มิใช่อิสลาม แนวคิดนี้ได้รับการตีความโดยนักนิติศาสตร์อิสลามทั้งแต่ในยุคอดีตในรูปแบบที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริบททางประวัติศาสตร์ การเมือง และสังคม


          บทความนี้มุ่งวิเคราะห์หลักเกณฑ์ที่นักนิติศาสตร์อิสลามใช้ในการจำแนกสถานะของดินแดนว่าเป็น“ดารุลอิสลาม”และ“ดารุลหัรบ์” โดยเน้นศึกษาผ่านงานเขียนและทัศนะที่มีอิทธิพลในวงการนิติศาสตร์อิสลาม ทั้งในอดีตและยุคปัจจุบัน นอกจากนี้บทความยังพิจารณาและวิเคราะห์สถานะของประเทศไทยในแง่มุมของแนวคิดนี้ เพื่อสะท้อนความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ในบริบทร่วมสมัยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา “ดินแดนแห่งสันติ”(ดารุลอิสลาม) และ“ดินแดนแห่งศัตรู” (ดารุลหัรบ์) ในบริบทของสังคมปัจจุบันอาจจะถูกกำหนดขึ้นโดยผู้ปกครองรัฐหรือประเทศใดประเทศหนึ่งในกรณีที่เกิดข้อพิพาทระหว่างกัน หรือการที่จะระบุว่าประเทศหนึ่งประเทศใดเป็นภัยคุกคามหรือเป็นดินแดนแห่งศัตรูนั้น อาจจะเนื่องด้วยการถูกประเทศนั้นกดขี่หรือมีท่าทีที่จะเข้ามารุกรานประเทศมุสลิมหรือเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและการดำรงอยู่ของศาสนาอิสลาม ถ้าไม่ปรากฏเงื่อนไขดังกล่าวนั้นก็ถือว่าดินแดนแห่งนั้นเป็นดินแดนแห่งสันติ“ดารุลอิสลาม”

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อรรณพ แดงโกเมน อับดุลเลาะ หนุ่มสุข และอิมรอน มะลูลีม. (2025). บทวิเคราะห์หลักเกณฑ์การพิจารณาสถานะทางดินแดน“ดินแดนแห่งสันติ”(ดารุลอิสลาม) และ“ดินแดนแห่งศัตรู”(ดารุลหัรบ์) และสถานะในบริบทของประเทศไทย. วารสารรามคำแหง ฉบับมนุษยศาสตร์, 44(2), 189–204. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/huru/article/view/285867
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

สมาคมศิษย์เก่าอาหรับแห่งประเทศไทย.(2542). “พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานพร้อมความหมายภาษาไทย. อัลมะดีนะฮฺ: ศูนย์กษัตริย์ฟะฮัดเพื่อการพิมพ์อัลกุรอาน.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. (2560). สืบค้นจาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/

จุฬิศพงษ์ จุฬารัตน์.(2544). “บทบาทและหน้าที่ขุนนางกรมท่าขวาในสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์

พ.ศ 2153- 2435” คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Ali al-Khafiyf ,(1947). al-Haq al-dhimmah , Beirut. Dar al –Kutub al-Arabiyah.

Mustafa al-sibaaiy,(2008). al-Sirah al-Nabawiyyah, Cairo. Dar al-Salam

Abdullah al-Jibrian,(nd). Al-Taaámul maá ghyr al-muslimeen fiy Sunnah al- nabawi.

Abdullah bin Abd Aziz al-Jibrian,(2012). Tahdheeb sharh-tasheel al-áqiydah al- islamiyyah.

Saeed Ismael al-Syniy, (2015). Alaqah al-muslimeen bi ghyri al-muslimeen.

Ibn Qudamah,(1996). al-Mughniy, Riyad. Dar Alam al-kutub

Ibn Al-Qayyim,(1997). al – Ahkam Ahl al – Dhimmah, Beirut:

Ibn Taymiyah,(1965). Al-Nubuwat,Cairo. al-Maktabah` Al-Salafiyah.

Saád Baitat,(2015). al-Usul al-Fiqhiyyah al-Imam Bukhariy, Amman. al-Maktabah` Al – Wataniyyah.

Wahbah al-Zuhaily,(1998). Al –Islam wa ghyri al-muslimeen, Dimašq. Dar al-maktabiy

Yusuf al-Qaradawi,(1998). Al-Aqalliyat al-diniyyah wa al-hilal al-islamiy,Bairut. al- Maktabah` al- Islamiy.

Al-Kasaniy,(1982). Bada’ia al-sana’ia fiy tarteeb al-shara’ia, Bairut.Dar al-kutub al-arabi

Nasir Muhammad Jad,(2009). Al-Taaámul maá ghyr al-muslimeen fiy al-áhd al-

nabawi, Dar. al- maiman li al-Nashr wa al-Tawzy‘i.

Al-Raziy,(1979). Al-Mahsul, Jamiat Al-Imam, Riyad.

Abd Aziz al-Ahmadiy,(2004). Iktilaf al-daryn wa asarahu fiy al- shara’ia al-islamiyah, Jamiat Al-Islamiyah, Madina.

Ahmad Afeesoh,(2019). Ahkam al-hijrah wa al-tajannas fiy al-fiqh al-islamiy, Jamiat Hamma Lakhdar, Algiria

Ameen Abdullah al-ShaQawiy,(2015). Al-Muslimoon fiy bilad al-ghrbah, Riyad.

Maktabah malik Fahad al-Wataniyyah

Mulfy Hasan al-Shariy,(2010). Haqeeqah al-daryin, Dar al-Murabiteen

Ismail Lutfy,(1998). Iktilaf al-daryn wa asarahu fiy ahkam al-munagahad wa al- muaámalat.