การพัฒนาแบบฝึกโดยใช้สมองเป็นฐานในการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสามารถด้านการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
คำสำคัญ:
แบบฝึก, การเรียนโดยใช้สมองเป็นฐาน, ความสามารถด้านการอ่านจับใจความสำคัญบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกโดยใช้สมองเป็นฐานในการเรียนรู้ ตามเกณฑ์ 75/75 (2) ศึกษาผลการใช้แบบฝึกโดยใช้สมองเป็นฐานในการเรียนรู้ ดังนี้ (2.1) ศึกษาความสามารถด้านการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หลังเรียนโดยใช้แบบฝึกฯ (2.2) เปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกฯ ดำเนินการวิจัย 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกฯ ขั้นตอนที่ 2 การใช้แบบฝึกโดยใช้สมองเป็นฐานในการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านพุกระโดน ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 15 คน ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) ระยะที่ใช้ทดลอง 2 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าคะแนนเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ t-test แบบ Dependent
ผลการวิจัยพบว่า
1. ได้แบบฝึกโดยใช้สมองเป็นฐานในการเรียนรู้ฯ จำนวน 5 เล่ม คือ แบบฝึกที่ 1 แพะกตัญญู แบบฝึกที่ 2 กวางโง่ แบบฝึกที่ 3 ปลาตีนกับปูก้ามดาบ แบบฝึกที่ 4 กากับนกยูง และแบบฝึกที่ 5 หนูกับกบ แต่ละเล่มของแบบฝึกมีองค์ประกอบ คือ ชื่อแบบฝึก คำชี้แจง จุดประสงค์ การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรม เฉลยแบบฝึก และคู่มือการใช้แบบฝึก เมื่อตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และผลการทดลองใช้ พบว่า แบบฝึกมีประสิทธิภาพ 78.37/77.50
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความสามารถด้านการอ่านจับใจความสำคัญ หลังเรียนโดยใช้แบบฝึกฯ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 77.50
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความสามารถด้านการอ่านจับใจความสำคัญ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากร. 5 (1) : 1 - 16.
ถวัลย์ มาศจรัส และคณะ. (2550). นวัตกรรมการศึกษา ชุดแบบฝึกหัด-แบบฝึกเสริมทักษะ. กรุงเทพฯ : เซ็นจูรี่.
บรัสกร คงเปี่ยม. (2561). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทย สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. การค้นคว้าอิสระ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน. พิษณุโลก มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ประกาย ว่องวิการณ์. (2559). ผลการสอนตามแนวการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานที่มีต่อความสามารถในการอ่านจับใจความและความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. นครสวรรค์ : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
ปิยฉัตร ศรีสุราช. (2561). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทยสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชุมชนบ้านเขาสมิง จังหวัดตราด. จันทบุรี: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
พิศ สายสุรินทร์. (2554). การพัฒนาแบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. โรงเรียนห้วยพลู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2, พิษณุโลก.
พรพิไล เลิศวิชา, และคณะ. (2558). คู่มือพลิกโฉมโรงเรียนตามแนวคิด BBL. เชียงใหม่ : ธารปัญญา.
พรพิไล เลิศวิชา. (2552). สอนภาษาไทยตามแนวคิด Brain - based Learning. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
วัฒนา เสนนอก. (2550). การใช้แบบฝึกเสริมทักษะทางภาษา เรื่องการเขียนสะกดคำตามมาตราตัวสะกดแม่กด. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาพิเศษบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
แววมยุรา เหมือนนิล. (2541). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ. ชมรมเด็ก.
สำลี รักสุทธี. (2553). การจัดทำสื่อนวัตกรรมและแผนประกอบสื่อนวัตกรรม. นนทบุรี :เพิ่มทรัพย์การพิมพ์.
อัจฉรา ชีวพันธ์. (2553). พัฒนาทักษะภาษา พัฒนนาความคิดด้วยกิจกรรมการเล่นประกอบการสอนภาษาไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
