เมยูติกแบบขยายเชิงพุทธ : รูปแบบการใช้เหตุผลในบทสนทนาต่อปัญหาอภิปรัชญา ในคัมภีร์มิลินทปัญหา

ผู้แต่ง

  • นางสาวเนาวรัตน์ พันธ์วิไล -

คำสำคัญ:

มิลินทปัญหา ปัญหาอภิปรัชญา การสนทนาเพื่อการโน้มน้าว การสนทนาอย่างบัณฑิต

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวคิดเมยูติกที่ปรากฏในการสนทนาอย่างบัณฑิตในคัมภีร์มิลินทปัญหา โดยใช้กรอบแนวคิดการสนทนาเพื่อการโน้มน้าวของ ดักลาส เอ็น วอลตัน เป็นฐานในการวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่าเมยูติกในการสนทนาอย่างบัณฑิตมีลักษณะร่วมบางประการกับแนวคิดของวอลตัน เช่น การซักถามเพื่อเปิดเผยข้อผูกพันทางวัจนกรรม แต่มีมิติที่ลึกซึ้งกว่าในเชิงพุทธปรัชญา กล่าวคือ ไม่ได้มุ่งเพียงการคลี่คลายข้อโต้แย้งเชิงตรรก หากแต่เป็นกระบวนการซักถามที่มุ่งเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์และความเข้าใจของผู้ถามต่อหลักธรรมทางพุทธศาสนาผ่านการตั้งคำถามเชิงอุปมา การทักท้วงเพื่อชี้ให้เห็นความไม่สอดคล้องของเหตุผล และการอธิบายหลักธรรมด้วยวิธีการที่หลากหลาย ก่อให้เกิดความเข้าใจใหม่และการเปลี่ยนผ่านจากความสงสัยสู่ความศรัทธาในพุทธศาสนา

งานวิจัยนี้จึงเสนอแนวคิดเมยูติกแบบขยายเชิงพุทธ เพื่ออธิบายรูปแบบการใช้เหตุผลที่ขยายจากการอภิปรายเชิงตรรกไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณ อันประกอบด้วย 3 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) มิติของการใช้เหตุผลที่มุ่งเป้าหมายเชิงปฏิบัติ โดยไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานของการค้นหาคำตอบทางทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แต่กลับเชื่อมโยงการไตร่ตรองด้วยเหตุผลเข้ากับการดำเนินชีวิต  (2) ความยืดหยุ่นของข้อผูกพันทางวัจนกรรมภายใต้กรอบของพระธรรมวินัย แม้ว่าผู้ร่วมสนทนาจะสามารถปรับเปลี่ยนจุดยืนของตนได้ แต่การเคลื่อนไหวของข้อผูกพันทางวัจนกรรมนี้ยังคงดำเนินไปภายใต้กรอบคือความสอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธเจ้า และ (3) เป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์เชิงจิตวิญญาณ กระบวนการเมยูติกนี้ไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้ถามเข้าใจแนวคิดสำคัญของพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้เกิดความตระหนักรู้ที่ลุ่มลึกต่อความจริงของชีวิต การเปลี่ยนแปลงนี้ เป็นผลมาจากการไตร่ตรองด้วยตนเองผ่านกระบวนการเมยูติกแบบขยายเชิงพุทธ ซึ่งสอดคล้องกับหลักสัมมาทิฏฐิ อันเป็นจุดมุ่งหมายหลักของการปฏิบัติเพื่อการพ้นทุกข์

เอกสารอ้างอิง

ไชยวัฒน์ กปิลกาญจน์, ผู้แปล. (2538). มิลินทปัญหา เล่มที่ 1. กรุงเทพฯ: มูลนิธิปราณี สำเริงราชย์.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ 12, 14, 37. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สุเชาว์ พลอยชุม. (2558). การใช้เหตุผลในพุทธปรัชญาเถรวาท. วารสารบัณฑิตศาสน์, 13(1), 23-35.

Aston, G. V. (2004). Early Indian logic and the question of Greek influence. (Doctoral dissertation in Philosophy). University of Canterbury, New Zealand.

Ganeri, J. (2012). Identity as reasoned choice: a South Asian perspective on the reach and resources of public and practical reason in shaping individual identities. A&C Black.

Ganeri, J. (2014). The lost age of reason: Philosophy in early modern India 1450-1700: Oxford University Press.

Gier, N. (1983). Dialectic: East and West. Indian Philosophical Quarterly: Journal of the Department of Philosophy University of Poona, 10(2), 207-218.

Kubica, O. (2014). Beyond Influence. A Reflection on the History of Research on the Milindapañha, with a Comparison of the Text to the Kitab al Khazari. Eos, 101, 187-206.

Paul, R., & Binker, A. J. A. (1990). Socratic questioning. Critical thinking: What every person needs to survive in a rapidly changing world, 269-298.

Solomon, E. A. (1976). Indian dialectics: Methods of philosophical discussion Volume I. Ahmedabad India: B. J. Institute of Learning and Reserach.

Walton, D. N. (1990). What is reasoning? What is an argument? The journal of Philosophy, 87(8), 399-419.

Walton, D. N. (1992). Plausible argument in everyday conversation. New York: SUNY Press.

Walton, D. N. (1998). Persuasion Dialogue. In The New Dialectic: Conversational Contexts of Argument. University of Toronto Press.

Walton, D. N. (2007). Dialog theory for critical argumentation. Philadelphia USA: John Benjamins Publishing Company.

เผยแพร่แล้ว

30-06-2026

รูปแบบการอ้างอิง

พันธ์วิไล น. (2026). เมยูติกแบบขยายเชิงพุทธ : รูปแบบการใช้เหตุผลในบทสนทนาต่อปัญหาอภิปรัชญา ในคัมภีร์มิลินทปัญหา. วารสารปณิธาน, 22(1), 84–104. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/panidhana/article/view/279622

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย