กลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์คลองเจดีย์บูชาของภาคีเครือข่ายเขตเทศบาลนครนครปฐม

Main Article Content

แพรภัทรา เขียวชะอุ่ม
จุฑาทิพย์ ถาวรรัตน์
ประสงค์ ตันพิชัย

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์การอนุรักษ์คลองเจดีย์บูชา โดยใช้ SWOT Analysis และ TOWS Matrix 2) สร้างและพัฒนากลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์คลองเจดีย์บูชาของภาคีเครือข่ายเขตเทศบาลนครนครปฐม 3) ประเมินคุณภาพของกลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์คลองเจดีย์บูชาของภาคีเครือข่ายเขตเทศบาลนครนครปฐม เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ศึกษาด้วยวิธีเลือกแบบเจาะจงคือ ผู้นำชุมชน ผู้นำจิตอาสา ผู้นำทางศาสนา ปราชญ์ชุมชน และนักวิชาการท้องถิ่น จำนวน 14 คน เครื่องมือในการศึกษา ได้แก่ แบบวิเคราะห์ SWOT Analysis และ TOWS Matrix เพื่อการจัดทำกลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์คลองเจดีย์บูชา แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก วิธีการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า ได้แก่ 1) ด้านข้อมูล 2) ด้านรวบรวมข้อมูล และ 3) การสร้างบทสรุปและยืนยันบทสรุป วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และการวิเคราะห์แก่นสาร


ผลการวิจัยพบว่า คลองเจดีย์บูชาเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเครือข่ายความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาคลองให้มีความยั่งยืน จุดแข็งของพื้นที่นี้คือ ความแข็งแกร่งของภาคีเครือข่ายที่หลากหลาย ทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชนท้องถิ่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทุนทางสังคม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ อย่างไรก็ตามคลองเจดีย์บูชาก็เผชิญกับปัญหาที่สำคัญ เช่น การขาดแคลนงบประมาณและทรัพยากร การขาดการบูณาการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม ในแง่ของโอกาส คลองเจดีย์บูชามีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้ นอกจากนี้ นโยบายของภาครัฐยังส่งเสริมการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำในท้องถิ่น รวมถึงมีแนวโน้มในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการคลอง และขยายเครือข่ายความร่วมมือให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามคลองเจดีย์บูชาก็ยังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ปัญหามลภาวะและการทิ้งขยะลงคลอง การขยายตัวของเมืองที่อาจกระทบต่อการอนุรักษ์ รวมถึงความไม่แน่นอนของการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐ เมื่อพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้ การใช้ TOWS Matrix ได้ช่วยกำหนดแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการมีส่วนร่วมเพื่อการอนุรักษ์คลองเจดีย์บูชา โดยแบ่งออกเป็น 4 แนวทางหลัก ได้แก่ กลยุทธ์เชิงรุก ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและกระตุ้นการตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์คลอง กลยุทธ์เชิงแก้ไข ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้และทักษะให้กับชุมชนในด้านการบริหารจัดการคลอง รวมถึงการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลยุทธ์เชิงป้องกัน ที่มุ่งเน้นการประสานงานกับภาคีเครือข่ายเพื่อเฝ้าระวังและจัดการปัญหามลภาวะ การบุกรุกพื้นที่คลอง และการใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำ กลยุทธ์เชิงรับที่เน้นการสร้างระบบติดตามและรายงานผล รวมถึงการบริหารความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้การสร้างและพัฒนากลยุทธ์การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในเขตเทศบาลนครนครปฐมยังครอบคลุมแนวทางสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาปริมาณและคุณภาพของน้ำให้เหมาะสม การบริหารจัดการคุณภาพน้ำเพื่อลดมลภาวะที่เกิดขึ้นในคลอง การปรับปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อม ให้เอื้อต่อการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน้ำ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ของพื้นที่และเชื่อมโยงกับการพัฒนาการท่องเที่ยว และการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เขียวชะอุ่ม แ. ., ถาวรรัตน์ จ. ., & ตันพิชัย ป. . (2025). กลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์คลองเจดีย์บูชาของภาคีเครือข่ายเขตเทศบาลนครนครปฐม. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 17(3), 162–181. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pimjournal/article/view/276628
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Ajito, P. (2021). Strength promotion strategy of Sangha administration in Ayuthaya Province [Doctoral dissertation]. Mahachulalongkornrajavidyalaya University. [in Thai]

Committee for the Development of the Master Plan for the Sustainable Management and Development of Chedi Bucha Canal. (2020). Master plan for sustainable development of Chedi Bucha Canal, 3-year period (2021-2023). Nakhon Pathom Provincial Office. [in Thai]

Dawreang, C. (2022). Strategic management for OTOP inno-life community-based tourism: A case study of Khunhan District, Si Sa Ket Province [Master’s thesis]. Ubon Ratchathani University. [in Thai]

Hutanuwat, N., & Hutanuwat, N. (2000). SWOT: Strategic planning for community businesses, local community development institute and department of medical sciences (3rd ed.). Phimlak. [in Thai]

Kiaochaoum, P. (2024). Success factors in driving the master plan for sustainable management and development of Chedi Bucha Canal, 3-year period (2021-2023). Journal of Thai Ombudsman, 17(2), 289-323. [in Thai]

National Economic and Social Development Council, Office of the Prime Minister. (2022). National economic and social development plan no. 13 (2023-2027). Royal Gazette.

Phimphaet, P., Thurisut, T., & Suksan, B. (2024). Strategies for water management in farming at community level, regional areas upper Northeastern Region 1. Panyapiwat Journal, 16(2), 211-225. [in Thai]

Sangjan, K. (2018). Development of strategies in the participation of community network for small school development [Doctoral dissertation]. Pibulsongkram Rajabhat University. [in Thai]

Savangsuk, W. (2017). Strategy driving Kasetsart University to become an international university [Master’s thesis]. Kasetsart University. [in Thai]

Sudrak, W., & Thawinkarn, D. (2023). The strategy of collaborative network management of provincial anuban schools in the Southeastern Region of Thailand. Panyapiwat Journal, 15(3), 289-303. [in Thai]

Sustainable Development and Sufficiency Economy Studies Center. (2019). A call to action: Thailand and the sustainable development goals. S.Pichit Printing Co., Ltd.

Traimongkhonkun, P., & Chattraporn, S. (2012). Research design (7th ed.). Kasetsart University.

Uphoff, N. T., Milton, J. E., & Krishna, A. (1998). Reason for success. Kumarian Press, Inc.