แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้บริหารศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสุรินทร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาบทบาทของผู้บริหารศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสุรินทร์ และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาบทบาทของผู้บริหารศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มตัวอย่างคือ ครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 229 คน สุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และค่าดัชนีลำดับความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันพบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการนิเทศ ติดตามและประเมินผล (M = 4.21, SD = 0.67) รองลงมาคือ ด้านสนับสนุนการเรียนรู้ (M = 4.21, SD = 0.69) และค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านการสร้างแรงจูงใจ (M = 3.96, SD = 0.80) สภาพพึงประสงค์พบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการสรุปและรายงานผล (M = 4.42, SD = 0.63) รองลงมาคือ ด้านการสนับสนุนการเรียนรู้ (M = 4.41, SD = 0.65) และค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านนโยบายและจุดเน้นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) (M = 4.35, SD = 0.65) ค่าดัชนีลำดับความต้องการจำเป็น (Priority Needs Index: PNImodifed) พบว่า มีความต้องการจำเป็นสูงสุดคือ ด้านการพัฒนาบุคลากร (PNImodifed = 0.11) รองลงมาคือ ด้านการสร้างแรงจูงใจ (PNImodifed = 0.10) และด้านระบบงานธุรการ (PNImodifed = 0.09) ส่วนความต้องการจำเป็นต่ำสุดคือ ด้านการนิเทศ ติดตามและประเมินผล (PNImodifed = 0.04) และ 2) แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้บริหารศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสุรินทร์ มีทั้งสิ้น 3 แนวทาง และ 12 วิธีดำเนินการซึ่งเรียงลำดับความต้องการจำเป็นดังนี้ แนวทางที่ 1 พัฒนาบุคลากร แนวทางที่ 2 การสร้างแรงจูงใจ และแนวทางที่ 3 ระบบงานธุรการ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
“ข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) ขอรับรองว่า บทความที่เสนอมานี้ยังไม่เคยได้รับการตีพิมพ์และไม่ได้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสารหรือแหล่งเผยแพร่อื่นใด ข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วมยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาต้นฉบับ ทั้งยินยอมให้กองบรรณาธิการมีสิทธิ์พิจารณาและตรวจแก้ต้นฉบับได้ตามที่เห็นสมควร พร้อมนี้ขอมอบลิขสิทธิ์บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ให้แก่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์หากมีการฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับภาพ กราฟ ข้อความส่วนใดส่วนหนึ่งและ/หรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วมยินยอมรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว”
เอกสารอ้างอิง
Best, J. W. (1977). Research in education. Pretice Hall.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). Harper Collins.
Gijjasajja, N., & Boontham, T. (2018). Information and communication technology management strategies for large secondary schools in Pathum Thani Province. Silpakorn University e-Journal (Social Sciences, Humanities, and Arts), 38(1), 137-159. https://doi.org/10.14456/sujthai.2018.2 [in Thai]
Kotler, P. (2000). Marketing management. Prentice Hall.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Learning Encouragement Act, B.E. 2023. (2023). Royal Thai Government Gazette. Volume 140. Issue 20. pp. 67-68.
Lertsittiphan, K. (2022). Evaluation of satisfaction towards internal benchmarking among staff of Aditayathorn Building Group at Mahidol University International College. Parichart Journal, 35(4), 53-69. https://doi.org/10.55164/pactj.v35i4.254419
Likert, R. (1967). The method of constructing and attitude scale. In M. Fishbeic (Ed.), Attitude theory and measurement (pp. 90-95). Wiley & Son.
Non–Formal Education. (2010). Manual operation. Division of Strategy and Planning, the Office of the Non-Formal and Informal Education. [in Thai]
Parawikheawsutta, P. (2020). Factors affecting the operational efficiency of e-document system in Thailand Institute of Scientific and Technology Research. https://ir-ithesis.swu.ac.th/server/api/core/bitstreams/e9e80e9d-c6d5-4cdf-b68f-6adbe642bdbd/content [in Thai]
Piyaphan, N. (2017). Job satisfaction and organizational climate associated with quality of work life in the officers working at Metropolitan Police Bureau. Journal of the Police Nurses and Health Science, 9(2), 153-162. [in Thai]
Wongwanich, S. (2010). Classroom action research. Chulalongkorn Publisher. [in Thai]