พระมหาบารมี : พระแสงขรรค์ชัยศรีแห่งการผ่าทางตันการเมืองไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานศึกษาเรื่อง “พระมหาบารมี : พระแสงขรรค์ชัยศรีแห่งการผ่าทางตันการเมืองไทย” มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงการปรับตัวอย่างรวดเร็วในมิติวัฒนธรรมการทำงานของศาลที่เปลี่ยนจากวัฒนธรรมการทำงานเชิงรับเป็นเชิงรุกในทันทีทันใดในการเข้าแก้ไขปัญหาสำคัญยิ่งทางการเมือง ซึ่งไม่ได้รับแรงกดดันมาจากสภาพแวดล้อมภายนอกองค์การที่เข้ามากระทบโดยตรง แต่กลับมาจากปัจจัยผลักดันที่มีลักษณะพิเศษที่ฝังตัวอยู่ภายในโครงสร้างศาลซึ่งเป็นปัจจัยเชิงวัฒนธรรมที่มีลักษณะไม่เป็นทางการแต่มีอำนาจสูงสุดในโครงสร้างองค์การ อันหมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยพระบารมีซึ่งดำรงสถานะเป็นผู้มีอำนาจจริง (Ruling Elite) อยู่เหนือองค์การศาล หากพิจารณาสถานภาพขององค์พระมหากษัตริย์ในองค์การศาลอย่างผิวเผินอาจดูเสมือนเป็นปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกองค์การศาล แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับกลายเป็นปัจจัยเชิงวัฒนธรรมภายในองค์การที่ไม่ปรากฏตำแหน่งแห่งที่ชัดเจนในโครงสร้างอำนาจบังคับบัญชาอย่างเป็นทางการดังเช่นประธานศาลฎีกา แต่ปรากฏว่าองค์พระมหากษัตริย์ในฐานะตัวแสดงทางวัฒนธรรมอันทรงพลัง (Powerful Cultural Agent) ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญสูงสุดต่อการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมเชิงพฤติกรรมในการทำงานของศาลอย่างทันทีทันใดจนทำให้ศาลต้องเข้ามาแก้ไขปัญหายากยิ่งทางการเมือง ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจยิ่งในเชิงทฤษฎีองค์การในมิติของการศึกษาวัฒนธรรมองค์การ
Article Details
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความที่ลงตีพิมพ์ทุกเรื่องได้รับการตรวจทางวิชาการโดยผู้ประเมินอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) สาขาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 3 ท่าน ในรูปแบบ Double blind review
2. ข้อคิดเห็นใด ๆ ของบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นี้เป็นของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
3. กองบรรณาธิการวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ไม่สงวนสิทธิ์การคัดลอกแต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา
References
ไทยรัฐ. (2549). เวปไซด์: http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content =3839
ประชาไท. (2549). เวปไซด์: http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=4297&Key=HilightNews
มติชน. (2 มิถุนายน 2549).
ศาลฎีกา. (2551). เวปไซด์: http://www.supremecourt.or.th/webportal/supremecourt/content.php?content=component/content/view.php&id=82
ศาลปกครอง. (2551). เวปไซด์: http://www.admincourt.go.th/Amc_tha.html
ศาลยุติธรรม. (2551). เวปไซด์: http://www.coj.go.th/coj2008/index.php
ศาลยุติธรรม. (2551). เวปไซด์: http://www.coj.go.th/coj2008/vision-mission.php
ศาลยุติธรรม. (2551). เวปไซด์: http://www.coj.go.th/judiciary.php
ศาลยุติธรรม. (2551). เวปไซด์: http://www.coj.go.th/judi-section/judi-section-judiciary.php
สภาผู้แทนราษฎร. (2549). เวปไซด์: http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=2817
สำนักประธานศาลฎีกา. (2551). เวปไซด์: http://www.judiciary.go.th/appealc/info.php?info=about
สำนักประธานศาลฎีกา. (2551). เวปไซด์: http://www.judiciary.go.th/crimtbc/index.htm
สำนักประธานศาลฎีกา. (2551). เวปไซด์: http://www.judiciary.go.th/ojc/duty_kt.html
สำนักประธานศาลฎีกา. (2551). เวปไซด์: http://www.judiciary.go.th/org.php
สำนักประธานศาลฎีกา. (2551). เวปไซด์: http://www.judiciary.go.th/policy.php
Hatch, M.J. and Cunliffe. (2006). Organizational Theory : Modern, Symbolic, and Postmodern Perspectives. London : Oxford University Press.
Katz, Daniel and Kahn, Robert. (1966). The Social Psychology of Organizations. New York : John Wiley & Sons.
Peters, Thomas J. and Waterman, H. Jr. Robert. (1982). In Search of Excellence : Lessons from America’s Best Run Companies. New York : Harper&Row.
Thompson, James D. (1967). Organization in Action : Social Science Bases of Administrative Theory. New York: McGraw-Hill