รูปแบบการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคาม

Main Article Content

ธัณฏิกานต์ คำวิเศษธนธรณ์
สิทธิพรร์ สุนทร
วัชรินทร์ สุทธิศัย

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคาม 2) ระดับการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคาม 3) ความสัมพันธ์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคาม 4) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคาม และ 5) รูปแบบการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน จังหวัดมหาสารคามกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ของจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 400 คน เครื่องมือ เป็นแบบสอบถามแบบประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .993 การวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมายในการประชุมกลุ่มย่อย จำนวน 20 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ โดยวิธี Stepwise นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยใช้วิธีการพรรณนาและอธิบายผล  


       ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับมาก  2) ระดับการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคาม โดยรวม อยู่ในระดับมาก 3) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคามต่อการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน จังหวัดมหาสารคาม โดยรวมมีค่าความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูง เท่ากับ .880 (R = .880) และ 4) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน จังหวัดมหาสารคาม โดยรวม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จำนวน 7 ตัวแปร ได้แก่ ปัจจัยคมนาคม (X12) ปัจจัยหน่วยงานภาครัฐระดับประเทศ (X5) ปัจจัยเทคโนโลยี (X11) ปัจจัยเอกลักษณ์เฉพาะตน (X13) ปัจจัยภาคเอกชน (X7)  ปัจจัยพื้นที่ (X8) ปัจจัยหน่วยงานรัฐระดับภาค (X4) โดยสามารถพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคามโดยรวม ได้อย่างถูกต้องร้อยละ 80.40 (R2 = .804) โดยมีสมการถดถอยเชิงเส้นตรงในรูปคะแนนดิบ และคะแนนมาตรฐาน ดังนี้


            สมการถดถอยในรูปคะแนนดิบ (Unstandardized) มีดังนี้


        equation = -.130 + (.217X12) + (.201X5) + (.190X11) + (.100X13) + (.106X7) + (.094X8) + (.113X4)


สมการถดถอยในรูปคะแนนมาตรฐาน (Standardized) มีดังนี้


      equation = .237Z12 + .221Z5 + .195Z11 + .108Z13 + .112Z7+ .093Z8+ .107Z4


และ 5) รูปแบบการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างฯ ประกอบด้วย ปัจจัยประชาชน ปัจจัยหน่วยงานภาครัฐระดับท้องที่ ปัจจัยหน่วยงานรัฐระดับท้องถิ่น ปัจจัยหน่วยงานรัฐระดับภาค ปัจจัยหน่วยงานภาครัฐระดับประเทศ  ปัจจัยข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ปัจจัยภาคเอกชน ปัจจัยพื้นที่ ปัจจัยประวัติศาสตร์ ปัจจัยภูมิศาสตร์ ปัจจัยเทคโนโลยี ปัจจัยคมนาคม ปัจจัยเอกลักษณ์เฉพาะตน ปัจจัยแผนภูมิทางสังคม ปัจจัยการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชนและท้องถิ่น ปัจจัยนักการเมือง ปัจจัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต และปัจจัยความปลอดภัย ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 8 ด้าน คือ ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ด้านโครงสร้างพื้นฐานและกายภาพ ด้านธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการเมือง ด้านวัฒนธรรม ด้านการศึกษา และด้านความเสมอภาคและเท่าเทียม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คำวิเศษธนธรณ์ ธ., สุนทร ส., & สุทธิศัย ว. (2025). รูปแบบการพัฒนาความเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนจังหวัดมหาสารคาม. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 19(1), 92–107. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/rmuj/article/view/280084
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชาติชัย อุดมกิจมงคล. (2557). การบริหารการพัฒนาชนบทขององค์การบริการส่วนตำบลในเขตจังหวัดสกลนคร. รายงานการวิจัยคณะวิทยาการจัดการ. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

ดิเรก ฤกษ์หร่าย. (2543). ทฤษฎีและแนวทางการพัฒนาสังคม.ในเอกสารการสอนชุดวิชาคหกรรมศาสตร์กับการพัฒนาชุมชน. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ดวงจันทร์ อาภาวัชรุตน์ เจริญเมือง. (2545). เมืองยั่งยืน แนวคิดและประสบการณ์ของตะวันตก. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ธีรวัลย์ ศิลารัตน์. (2549). การจัดการความรู้ชุมชน. จันทบุรี: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

พิเชฐ สุขเพสน์, วัชรินทร์ สุทธิศัย และรัชนิดา ไสยรส. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาเมืองร้อยเอ็ด. หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

มงคล สะเทิงรัมย์ และสุปัน สมสาร. (2564). การพัฒนาเมืองน่าอยู่ขององค์การบริหารส่วนตำบลหันนางาม อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(8), 108-120.

สำนักงานจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด. (2566). แผนพัฒนาจังหวัด มหาสารคาม พ.ศ. 2566-2570. มหาสารคาม: สำนักงานจังหวัดมหาสารคาม.

สมนึก ปัญญาสิงห์. (2541). การทำงานแบบมีส่วนร่วม. ขอนแก่น: คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2547). ทฤษฎีสังคมวิทยา: เนื้อหาและแนวการใช้ประโยชน์เบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 11) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เสน่ห์ จุ้ยโต และคณะ. (2548). นวัตกรรมทางเทคโนโลยีการจัดการ. นนทบุรี: สำนักวิชาการ. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2534). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2535-2539. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2545). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2544-2549. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2557). เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 2557. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดมหาสารคาม. (2566). รายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของจังหวัดมหาสารคาม 2566. มหาสารคาม: สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดมหาสารคาม.

สุวัฒนา ธาดานิติ. (2550). เมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับการพัฒนากรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 8. ปาฐกถา. ณ ห้องประชุมสารนิเทศ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วันที่ 18 ธันวาคม 2550 (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http:/www.chula.ac.thv resources/download/cu_rel/curel_50_2007.pdf

อารีย์พร เพ็ญเกตุ. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อความเป็นเมืองน่าอยู่ของเทศบาลเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี. หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต กลุ่มวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน. วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจมหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.

Cronbach Lee Joseph. (1970). Essentials of psychological testing. (3rd ed). New York: Harper and Row.

Hinkle, D.E. (1998). Applied Statistics for the Behavioral Sciences. Boston: Houghton Mifflin.

Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. New York: Harper and Row.