การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง วัฏจักรน้ำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบจำลองเป็นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง วัฏจักรน้ำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบจำลองเป็นฐาน กับเกณฑ์ร้อยละ 70 และ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง วัฏจักรน้ำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบจำลองเป็นฐาน กับเกณฑ์ร้อยละ 70 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 8 คน โรงเรียนบ้านหนองนาคำประชานุเคราะห์ จังหวัดขอนแก่น โดยการเลือกแบบเจาะจง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 3 วงจรปฏิบัติการ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 7 แผน 2) แบบวัดความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ และ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนที่ใช้ทั้ง 3 วงจร ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ และบันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ในวงจรปฏิบัติการที่ 1-2 คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 41.67 และ 53.13 ตามลำดับ ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 และในวงจรปฏิบัติการที่ 3 คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 82.29 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวงจรปฏิบัติการที่ 1-2 คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 55.00 และ 56.25 ตามลำดับ ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 และในวงจรปฏิบัติการที่ 3 คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 77.50 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความที่ลงตีพิมพ์ทุกเรื่องได้รับการตรวจทางวิชาการโดยผู้ประเมินอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) สาขาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 3 ท่าน ในรูปแบบ Double blind review
2. ข้อคิดเห็นใด ๆ ของบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นี้เป็นของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
3. กองบรรณาธิการวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ไม่สงวนสิทธิ์การคัดลอกแต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา
เอกสารอ้างอิง
ชาตรี ฝ่ายคำตา, & ภรทิพย์ สุภัทรชัยวงศ์. (2557). การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 29(3), 86–99.
ธรรมรัตน์ คำดำ. (2567). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถในการสร้างแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ และความพึงพอใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ปรีญานันต์ นวลจันทร์. (2563). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์.
เมธินี ทาระวัน, & เมษา นวลศรี. (2564). การพัฒนาความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบจำลองเป็นฐาน เรื่องปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์.
โรงเรียนบ้านหนองนาคำประชานุเคราะห์. (2567). รายงานการประเมินตนเอง (Self-assessment report: SAR) ประจำปีงบประมาณ 2567. โรงเรียนบ้านหนองนาคำประชานุเคราะห์.
สันติชัย อนุวรชัย. (2557). การจัดการเรียนรู้ด้วยการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 7(2), 1–14.
Coll, R. K. (2008). Chemistry learners’ preferred mental models for chemical bonding. Journal of Turkish Science Education, 5(1), 22–47.
Coll, R. K., & Lajium, D. (2011). Modeling and the future of science learning. In M. S. Khine & I. M. Saleh (Eds.), Models and modeling (pp. 3–21). Springer.
Elliott, J. (1991). Action research for educational change. Open University Press.
Gilbert, J. K., Boulter, C. J., & Elmer, R. (2000). Positioning models in science education and in design and technology education. In J. K. Gilbert & C. J. Boulter (Eds.), Developing models in science education (pp. 3–17). Kluwer Academic Publishers.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.
Lehrer, R., & Schauble, L. (2012). Scientific thinking and science literacy. Science Education, 96(4), 153–196.
McNeill, K. L., Lizotte, D. J., Krajcik, J., & Marx, R. W. (2006). Supporting students’ construction of scientific explanations by fading scaffolds in instructional materials. Journal of the Learning Sciences, 15(2), 153–191.
Novak, A. M., & Treagust, D. F. (2018). Adjusting claims as new evidence emerges: Do students incorporate new evidence into their scientific explanations? Journal of Research in Science Teaching, 55(4), 526–549.
OECD. (2023). PISA 2022 results (Volume I): The state of learning and equity in education. https://www.oecd.org/en/
Ruiz-Primo, M. A., Li, M., Tsai, S.-P., & Schneider, J. (2010). Testing one premise of scientific inquiry in science classrooms: Examining students’ scientific explanations and student learning. Journal of Research in Science Teaching, 47(5), 583–608.
Stringer, E. T. (2007). Action research (3rd ed.). Sage Publications.