ดัชนีชี้วัดความเป็นวิชาชีพของผู้สื่อข่าวบันเทิงโทรทัศน์ไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความเป็นวิชาชีพของผู้สื่อข่าวบันเทิงโทรทัศน์ไทยในทัศนะของผู้ที่เกี่ยวข้อง (2) เพื่อสร้างดัชนีชี้วัดความเป็นวิชาชีพของผู้สื่อข่าวบันเทิงโทรทัศน์ไทยผู้ให้ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ แบ่งเป็น กลุ่มที่ 1 คือ 1) ผู้สื่อข่าวบันเทิงโทรทัศน์ระดับบริหารหรือบรรณาธิการข่าว 2) ผู้สื่อข่าวบันเทิงโทรทัศน์ระดับปฏิบัติการ 3) นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ หรือวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน รวม 12 คน เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มที่ 2 คือ 1) ผู้สื่อข่าวบันเทิงโทรทัศน์ระดับบริหารหรือบรรณาธิการข่าว 2) ผู้สื่อข่าวบันเทิงโทรทัศน์ระดับปฏิบัติการ 3) นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ หรือวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน รวม 17 คน โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก จากนั้นนำมาหาฉันทามติโดยใช้เทคนิคเดลฟาย 2 ครั้ง เพื่อให้ได้ดัชนีชี้วัด ความเป็นวิชาชีพของผู้สื่อข่าวบันเทิงโทรทัศน์ไทย เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามปลายเปิด และมาตราประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า “ดัชนีชี้วัดความเป็นวิชาชีพของผู้สื่อข่าวบันเทิงโทรทัศน์ไทย” แบ่งออกเป็น 6 ด้าน 35 ดัชนีชี้วัด ดังนี้ ด้านความรู้ มี 6 ดัชนีชี้วัด ด้านทักษะ มี 3 ดัชนีชี้วัด ด้านการใช้ภาษา มี 7 ดัชนีชี้วัด ด้านบุคลิกภาพ มี 9 ดัชนีชี้วัด ด้านคุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณ มี 6 ดัชนีชี้วัด ด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการทำงาน มี 4 ดัชนีชี้วัด ทั้งนี้พบว่า ดัชนีที่มีระดับความสอดคล้องของความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิในระดับสูงมากและมีค่าเฉลี่ยสูงสุด1 ดัชนีชี้วัด คือ 4.88 ได้แก่ ยึดมั่นในหลักการความถูกต้องของข้อเท็จจริง รองลงมาอันดับ 2 มี 1 ดัชนีชี้วัด ค่าเฉลี่ย คือ 4.82 ได้แก่ มีความซื่อสัตย์ในการทำงาน
Article Details
ทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ร่มพฤกษ์เป็นทัศนะและข้อคิดเห็นของผู้เขียนมิใช่ทัศนะของมหาวิทยาลัยเกริกหรือกองบรรณาธิการ การนำบทความส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปพิมพ์เผยแพร่ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
กาญจน์ ทันจิตต์. (2552). การนำเสนอข่าวการแยกทางของดาราและปฏิกิริยาของผู้เกี่ยวข้อง.
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
เฉลิมพล ไวทยางกูร. (2561). ความน่าเชื่อถือของสื่อทีวี. (23 เมษายน 2562) สืบค้นจาก
https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/644489.
ณรงค์วิทย์ แสนทอง. (2547). มารู้จัก Competency กันเถอะ. กรุงเทพฯ : เอชอาร์เซนเตอร์.
ณัฐฐวัฒน์ สุทธิโยธิน. (2548). การสร้างสรรค์รายการข่าวโทรทัศน์ หน่วยที่ 7 การสร้างสรรค์รายการโทรทัศน์.
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, กรุงเทพฯ.
เทียนทิพย์ เตียวกี่. (2559). จริยธรรมและจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวสารยุคดิจิตอล. วารสารการสื่อสารและการจัดการนิด้า, 2(2).
ธามเชื้อ สถาปนศิริ. (2558). พหุทักษะ (Multi Skill) สำหรับคนทำข่าวในยุคดิจิทัล. (25 มีนาคม 2562) สืบค้นจาก https://www.facebook.com/photo.php? fbid=10153311379128732&set=a.483861243731.261519.720008731&type=3&theater.
บุญอยู่ ขอพรประเสริฐ. (2551). ดัชนีชี้วัดความเป็นวิชาชีพของผู้สื่อข่าวการเมืองไทย.
คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.
ปัญญาลักษณ์ ศรีบุรินทร์. (2555). การสัมภาษณ์แหล่งข่าว. (28 มีนาคม 2562) สืบค้นจาก
https://www.slideshare.net/sriburin/ss-12943220.
พรรณพิมล หล่อตระกูล. (2553). โครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อและพัฒนาการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม(Media Monitor).
(16 มีนาคม 2562) สืบค้นจาก http://www.familynetwork.or.th./node/244.
พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช. (2546). การรายงานข่าวขั้นสูง. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ดอกหญ้า.
พัชรินทร์ รักสัตย์. (2560). กระบวนการสื่อข่าวของรายการข่าวบันเทิงทางโทรทัศน์ในยุคหลอมรวมสื่อ.
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, กรุงเทพฯ.
มนัสนันท์ อภิรมย์วิจิตร. (2554). ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการเปิดรับชมรายการข่าวบันเทิงของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานคร. คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.
มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ และ กนกกาญจน์ บัญชาบุษบง. (2559). พฤติกรรมการรับข่าวสารและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มี
ต่อสื่อมวลชน. (27 มีนาคม 2562) สืบค้นจาก http://www.utcc.ac.th/index.php/th/news/Prnews_detail/6005.
Tv Digital Watch. (2562). เรตติ้งทีวีดิจิตอล. (3 เมษายน 2562) สืบค้นจาก https://www.tvdigitalwatch.com.
วศิน บุณยาคม. (2562). รักษาการผู้จัดการส่วนบริหารผังรายการฝ่าย 9MCOT HD, สัมภาษณ์. 2562.
วิภา ปิ่นแก้ว. (2554). จริยธรรมการนำเสนอรายการเล่าข่าวบันเทิงของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม.
คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.
ศศินา วิมุตตานนท์. (2561). เตรียมพร้อมเป็นผู้ประกาศข่าว - นักจัดรายการวิทยุมืออาชีพ. (21 มีนาคม 2562) สืบค้นจาก http://www.weloveshopping.com/shopshow_article.php?shopid=5163&qid=13400.
ศิวนารถ หงส์ประยูร. (2550). ตระกูลข่าวโทรทัศน์ในประเทศไทย. คณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
สกุลศรี ศรีสารคาม. (2554). สื่อสังคม (Social Media) กับการเปลี่ยนแปลงกระบวนการสื่อข่าว.
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, กรุงเทพฯ.
สุกัญญา สุดบรรทัด. (2537). จริยธรรมสื่อมวลชนไทย กรณีศึกษาเพื่อการเรียนการสอนส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมสื่อมวลชนไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุปราณี ศีริสวัสดิ์ชัย ชเนตตี ทินนาม และ ต่อตระกูล อุบลวัตร. (2557). ดัชนีชี้วัดความเป็นวิชาชีพของผู้ประกาศไทย.
คณะนิเทศศาสตร์การสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, กรุงเทพฯ.
สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ. (2552). ข่าวบันเทิงที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ. (27 มีนาคม 2562) สืบค้นจาก
http://www.tja.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=283%3A2009-09-08-11-05-16&catid=46% 3Aacademic.
อาภารดี บุญเฉลย. (2553). บทบาทการนำเสนอเนื้อหาข่าวกับปัญหาจริยธรรมของปาปารัซซี่ กรณีศึกษานิตยสารกอสซิบสตาร์.
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, กรุงเทพฯ.
อุษา บิ๊กกิ้นส์. (2555). การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ. สุทธิปริทัศน์, 26(80), 147-162.
Boyatzis, R. (1982). ผู้นำที่ทรงพลัง. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท.
Edmund Lambeth. (1992). Committed journalism : An Ethic for the Profession. Indiana : U. Press.
Fisher, Walter. (1984). Narration as Human Communication Paradigm : The case of Public Moral Argument. Joural Communication Monographs, 51(1).
Irving Fang. (1974). School of Journalism and Mass Communication. London : Television News.