การวิเคราะห์ความสัมพันธ์คาโนนิคอลระหว่างความสุขในการทำงาน และความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานของนักวิชาการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความสุขในการทำงานและระดับความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงาน และศึกษาความสัมพันธ์คาโนนิคอลระหว่างความสุขในการทำงาน และความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานของนักวิชาการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน จำนวน 373 คน โดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างและเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์คาโนนิคอล
ผลการวิจัยเมื่อทำการพิจารณารายด้านพบว่า ความสุขในการทำงานด้านความรักในงานมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ ด้านการได้รับการยอมรับ ด้านผลสำเร็จในงานและด้านการติดต่อสัมพันธ์ ตามลำดับ ส่วนความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานด้านความอุทิศตนให้งานมีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ ด้านความรู้สึกว่างานมีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และด้านความกระตือรือร้นตามลำดับและเมื่อวิเคราะห์สหสัมพันธ์คาโนนิคอลระหว่างชุดตัวแปรความสุขในการทำงานกับชุดตัวแปรความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานพบว่า มีตัวแปรในชุดความสุขในการทำงานทั้งหมด 4 ตัวแปร ที่มีค่าน้ำหนักความสำคัญส่งผลต่อตัวแปรคาโนนิคอล และตัวแปรในชุดความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานทั้งหมด 3 ตัวแปร ที่มีค่าน้ำหนักความสำคัญส่งผลต่อตัวแปรคาโนนิคอล
Article Details
ทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ร่มพฤกษ์เป็นทัศนะและข้อคิดเห็นของผู้เขียนมิใช่ทัศนะของมหาวิทยาลัยเกริกหรือกองบรรณาธิการ การนำบทความส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปพิมพ์เผยแพร่ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
กรมการพัฒนาชุมชน. (2553). ประวัติองค์กร กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย. (15 พฤษภาคม 2562)
สืบค้นจาก http://www.cdd.go.th.
จิรา เติมจิตรอารีย์. (2550). ทําอย่างไรจึงจะอยู่อย่างมีความสุข. (10 มิถุนายน 2562) สืบค้นจาก http://www.mahidol.ac.th/mahidol/ra/rapc/.
ณัฐชนันท์พร ทิพย์รักษา. (2556). แรงจูงใจในการทํางาน ความบ้างาน และความสุขในการทํางาน.
คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, กรุงเทพฯ.
ทรงศักดิ์ ภูสีอ่อน. (2551). การประยุกต์ใช้ SPSS วิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัย. กาฬสินธุ์ : โรงพิมพ์ประสานการพิมพ์.
ประทุมทิพย์ เกตุแก้ว. (2551). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้คุณลักษณะงานความสามารถในการเผชิญ
และฟันฝ่าอุปสรรคกับความสุขในการทำงานของพยาบาลงานการพยาบาลผ่าตัด : กรณีศึกษาโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง.
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,กรุงเทพฯ.
ปพิชญา วะนะสุข. (2552). ปัจจัยที่มีผลต่อความสุขในการทำงานของตำรวจกองบังคับการอำนวยการ
ตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่. คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, กรุงเทพฯ.
ศรีชล ฉายาพงษ์. (2553). ศึกษาความต้องการพัฒนาตนเองของข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร
และชั้นประทวนกองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 2 ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ.
คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, กรุงเทพฯ.
เอกลักษณ์ ตั้งสังขะรมย์. (2555). ความสัมพันธ์ระหว่างความหวังในการทำงานความสุขในการทำงานกับรูปแบบ
สร้างสรรค์ของบุคลากรบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มแห่งหนึ่ง. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.
อรพินทร์ ชูชม. (2557). การวิเคราะห์โครงสร้างความยึดมั่นผูกพันในงาน.
วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 11(2), 75 - 79.
Cheanchana, C. (2015). Using Multivariate Statistics for Research : Designing, Analyzing, and
Interpreting. Bangkok : Samlada Printing.
Dubois D. David Rothwell J. William. (2004). “Competency-Based Human Resource management”.
California : Davies-Black Publishing.
Fisher, C. D. (2009). Happiness at work. International Journal of Management Reviews, 22(1),1-35.
Honderich, T. (1995). Oxford Companion to Philosophy. New York : Oxford University Press.
Likert, S. (1961). New patterns of management. New York : McGraw-Hill.
Lloyd, R. (2008). Discretionary effort and the performance domain.
The Australian and New Zealand Journal of Organization Psychology, 1, 22–34.
Maslow A. H. (1987). Motivation and personality. New York : Harper & Brothers.
Manion, J. (2003). Joy at work : Creating a positive workplace. Journal of Nursing Adminis- tration, 33(12), 652-659.
May, D. R., Gilson, R. L., & Harter, L. M. (2004). The psychological conditions of meaningfulness,
safety and avail ability and the engagement of the human spirit at work.
Journal of Occupational and Organizational Psychology, 77, 11-73.
Nunnally, J. C. (1978). Psychometric theory. New York : McGraw-Hill.
Schaufeli, W. B., Taris, T. W., & Van Rhenen, W. (2008). Workaholism, burnout and Engagement : Three of
a kind or three different kinds of employee well-being.
Applied Psychology : An International Review, 57(2), 173 - 203.
The Ken Blanchard Companies. (2009b). From Engagement to Work Passion : A Deeper Un derstanding of the Work Passion Framework. (10 January 2012) Retrieved from
http://www.kenblanchard.com/img/pub/Blanchard_From_Engagement_to_Work_Passion.pdf.
Vance, R. (2006). Employee Engagement and Commitment : A guide to understanding, measuring
and increasing engagement in your organization. Alexandra, VA : SHRM Foundation.
W. B. Schaufeli and A. B. Bakker. (2004). Job demands, job resources and their relationship with
burn out and engagement : A multi-sample study. Journal of Organizational Behavior, 25(1), 293-315.
Yamane. (1967). Statistics : An Introductory Analysis. New York : Harper and Row publishers.