ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ทางสุขภาพและปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมสุขภาพ ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบตัดขวาง (Cross-Sectional Survey research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรอบรู้ทางสุขภาพและระดับพฤติกรรมสุขภาพ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ทางสุขภาพ ปัจจัยส่วนบุคคล และพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อำเภอโนนสูงจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 385 คน สุ่มตัวอย่างแบบง่าย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ด้วยสถิติการทดสอบไคสแควร์ และสถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
ผลการวิจัย พบว่า ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 98.70 มีความรอบรู้ทางสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 84.42 มีพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก ความรอบรู้ทางสุขภาพด้านความรู้ความเข้าใจ ด้านการสื่อสารข้อมูลทางสุขภาพ ด้านการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ เพศ อาชีพ การมีโรคร่วมอื่นๆ ระยะเวลาที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง การรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเอง จำนวนสมาชิกในครอบครัว และ บทบาทในครอบครัว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ทางสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ เพศ อายุ อาชีพ มีรายได้เพียงพอแต่ไม่เหลือเก็บ ระยะเวลาที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง การรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเอง จำนวนสมาชิกในครอบครัว และบทบาทหรือตำแหน่งทางสังคม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการศึกษาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความรอบรู้ทางสุขภาพเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งพยาบาลชุมชน เจ้าหน้าที่ทีมสุขภาพ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดแผนและให้การสนับสนุนรูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ทางสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงอย่างจริงจังให้สอดคล้องกับวัยและระดับการศึกษาของผู้ป่วย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ร่มพฤกษ์เป็นทัศนะและข้อคิดเห็นของผู้เขียนมิใช่ทัศนะของมหาวิทยาลัยเกริกหรือกองบรรณาธิการ การนำบทความส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปพิมพ์เผยแพร่ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
กรฐณธัช ปัญญาใส พีสสลัลฌ์ ธำรงศ์วรกุล และ สุภาภรณ์ ตันตินันทตระกูล. (2560). ความรอบรู้ทางด้านสุขภาพและการจัดการความรู้สำหรับกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง. การนำเสนอในรูปแบบวาจาที่การประชุม Health Literacy forum 2017 “Health Literacy : A Challenge for Contemporary Health Education in Thailand" ระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมเอเชีย เขตราชเทวี กรุงเทพฯ, 69-77
กลุ่มงานเวชระเบียนโรงพยาบาลโนนสูง. (2564). รายงานโรคความดันโลหิตสูงประจำปี 2560-2564. โนนสูง นครราชสีมา : กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศโรงพยาบาลโนนสูง
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2561). การประเมินและการสร้างเสริมความรอบรู้ความรอบรู้ด้านสุขภาพ. (3 กรกฎาคม 2562) สืบค้นจาก www.hed.go.th.
จุฑาภรณ์ ทองญวน. (2557). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มารับบริการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี . วารสารวิชาการแพทย์ เขต11, 29(2), 195-202.
แจ่มจันทร์ วรรณปะเก. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ทางสุขภาพและปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, นครราชสีมา.
ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ และ นรีมาลย์ นีละไพจิตร. (2559). การสำรวจความรู้แจ้งแตกฉานด้านสุขภาพ(Health literacy) ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง. (29 มิถุนายน 2562) สืบค้นจาก www.hed.go.th.
ญาดา เรียมริมมะดัน. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการรับประทานยาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในชุมชนอำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารการพยาบาลสาธารณสุขและการศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา, 19(1), 132-144 .
พิษณุรักษ์ กันทวี และ สถิรกร พงศ์พานิช. (2562). ความแตกฉานทางสุขภาพในกลุ่มผู้สูงอายุตาบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย. เชียงรายเวชสาร วารสารวิชาการ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, 11(1), 73-83.
มนตรี นรสิงห์ และ สุทธิพันธ์ ถนอมพันธ์. (2562). ความรอบรู้ทางสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิต โรงพยาบาลนครพิงค์. วารสารโรงพยาบาลนครพิงค์, 10(1), 35-50.
โรงพยาบาลโนนสูง. (2561). Hypertension Clinical Tracer Nonsung Hospital. นครราชสีมา : โรงพยาบาลโนนสูง
วรารัตน์ ทิพย์รัตน์ โสภิต สุวรรณเวลา และ ญณัท วอลเตอร์. (2561). ปัจจัยทำนายความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุภาวะความดันโลหิตสูงที่มีโรคร่วม จังหวัดตรัง. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาและการสาธารณสุขภาคใต้, 7(2), 26-38.
สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดนครราชสีมา. (2564). ข้อมูลการรายงานอัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูงต่อประชากรประจำปี 2560-2564. (9 มิถุนายน 2564) สืบค้นจาก https://nma.hdc.moph.go.th/hdc/.
แสงเดือน กิ่งแก้ว และ นุสรา ประเสริฐศรี. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคเรื้อรังหลายโรค. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 25(3), 43-54.
อรัญญา นามวงศ์. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับความร่วมมือในการรักษาในผู้สูงอายุ โรคความดันโลหิตสูง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 8(4), 78-93.
อรุณี หล้าเขียว และ ทวีวรรณ ชาลีเครือ. (2558). ความฉลาดทางสุขภาพและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการรับประทานยาในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเปียงหลวง จังหวัดเชียงใหม่. การประชุมวิชาการและการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ และนานาชาติ ครั้งที่ 6 วันที่ 28-29 เมษายน 2558 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กรุงเทพฯ, 635-649.
Nutbeam. (2009). Define and measuring health literacy : what can we learn from literacy studies?. International Journal Health, 54(5), 303-305.
Chajaee F, Pirzadeh A, Hasanzadeh A, Mostafavi F. (2018). Relationship between health literacy and knowledge among patients with hypertension in Isfahan province, Iran. Electronic physician, 10(3), 6470-6477.
Krelicie and Morgan. (1970). สูตรการหากลุ่มตัวอย่าง. (July 21, 2019) Retrieved from http://www.teacher.ssru.ac.th.