แนวทางการพัฒนาฮัจญ์ไทยภายใต้บริบทวิสัยทัศน์ 2030 ของซาอุดีอาระเบีย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความเรื่อง “แนวทางการพัฒนาฮัจญ์ไทยภายใต้บริบทวิสัยทัศน์ 2030 ของซาอุดีอาระเบีย” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาฮัจญ์ไทยสู่การเปลี่ยนแปลงภายใต้บริบทวิสัยทัศน์ 2030 ของซาอุดีอาระเบีย โดยใช้วิธีการศึกษาจากเอกสารจากหน่วยงานภาครัฐและการศึกษาภาคสนาม เพื่อรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิและขัอมูลทุติยภูมิมาประกอบการบรรยายเชิงพรรณนา ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก การจัดประชุมเฉพาะกลุ่ม และการระดมสมองกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลวิจัยก่อนนำมาจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจึงแบ่งเก็บข้อมูลออกเป็น 5 กลุ่ม (1) เก็บข้อมูลจากการรวบรวมวรรณกรรมทั้งในและต่างประเทศ (2) การสัมภาษณ์เฉพาะกลุ่มผู้แสวงบุญ (3) การสัมภาษณ์ผู้ประกอบกิจการฮัจญ์ (4) การสัมภาษณ์ผู้นำกลุ่มผู้แสวงบุญ (5) การสัมภาษณ์หน่วยงานภาครัฐและเอกชน
โดยผลจากการศึกษา พบว่า แนวทางการพัฒนาฮัจญ์ไทยภายใต้บริบทวิสัยทัศน์ 2030 ของซาอุดีอาระเบีย 1) กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับกิจการฮัจญ์ มีประสบการณ์ สามารถเจรจาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ และกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนกับผู้ประกอบการฮัจญ์ มีโครงสร้างที่สอดรับกับภาระงานทั้งในมิติต่างประเทศและการบริหารจัดการภายในประเทศ 2) ควรปรับโครงสร้างของหน่วยงานที่ดูแลภารกิจฮัจญ์ของประเทศไทย มีบุคลากรที่ดูแลเกี่ยวกับกองส่งเสริมกิจการฮัจญ์มีจำนวนน้อยเกินไป ต้องมีงบประมาณรองรับที่เพียงพอต่อการดำเนินกิจการฮัจญ์ เนื่องจากเป็นงานบริหารต่อเนื่องทุกปี 3) พัฒนาระบบการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฮัจญ์เกี่ยวกับการดำเนินงานกิจการฮัจญ์ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในการนำระบบ E-Hajj มาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้แสวงบุญทั่วโลกที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ด้วยความสะดวก ปลอดภัย และมีหลักประกันที่สมบูรณ์ และ 4) ควรมีการส่งเสริมให้พัฒนาบุคลากรด้านกิจการฮัจญ์ มีความรู้ความเข้าใจในบริบทของหลักศาสนา และการบริหารจัดการที่ยั่งยืน โดยไม่ส่งผลกระทบภายหลัง ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสามารถปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงานด้านกิจการฮัจญ์ของประเทศซาอุดีอาระเบียได้อย่างมีความแน่นแฟ้น และต่อเนื่อง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ร่มพฤกษ์เป็นทัศนะและข้อคิดเห็นของผู้เขียนมิใช่ทัศนะของมหาวิทยาลัยเกริกหรือกองบรรณาธิการ การนำบทความส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปพิมพ์เผยแพร่ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย. (2561). เอกสารประกอบระเบียบวาระการประชุมคณะผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย. กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย.
กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย. (2561). เอกสารการประชุมเตรียมการฮัจญ์ของไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบีย คณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย .กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย.
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (2560). ผลการดำเนินงานกิจการฮัจญ์ ประจำปี 2559 (พิมพ์ครั้งที่ 1). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
จิราพร เปี้ยสินธุ อำพร วิริยะโกศล วิทวัส ดิษยศริน สัตยารักษ์. (2555). กลยุทธ์การจัดการบริษัทฮัจญ์ในสาจังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารอัน-นูร บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยฟาฏอนี, 7(2),119-133.
จิราพร เปี้ยสินธุ มัซลัน สุหลง รุสนันท์ เจ๊ะโซ๊ะ จารุวัจน์ สองเมือง สุกรี หลังปูเต๊ะ และ อัลดุลเลาะ อูมา. (2564 ). TABUNG HAJI กับความยั่งยืนในการประกอบพิธีฮัจย์ของประเทศมาเลเซีย. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 47(2), 45-58.
มาโนช พรหมปัญโญ. (2559). ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการบริษัทนำเที่ยว เพื่อประกอบกิจการฮัจญ์ในประเทศไทย. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยศิลปกร.
มาโนช พรหมปัญโญ นำชัย ทนุผล และ ละเอียด ศิลาน้อย. (2560). แนวทางการดำเนินการของบริษัทนำเที่ยวเพื่อประกอบกิจการฮัจญ์ที่ประสบผลสำเร็จในประเทศไทย. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 10(2), 1446-1475.
ศราวุฒิ อารีย์ อารีฝีน ยามา และ ซารีฮาน สุหลง. (2565). การบริหารจัดการฮัจญ์ของซาอุดิอาระเบีย: สำรวจปัญหาการดำเนินกิจการฮัจญ์ของไทยและรูปแบบการจัดการของอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 16(3), 82-96.
Ministry of Hajj and Umrah Saudi Arabia. (2023, May 12). Ambitious Saudi Plans to Ramp Up Hajj Could Face Challenges. https://www.haj.gov.sa/en/InternalPages/Details/55/ .