รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา

ผู้แต่ง

  • อภิชัย หึกขุนทด คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
  • วรสิทธิ์ รัตนวราหะ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
  • สมบูรณ์ ตันยะ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

คำสำคัญ:

การบริหารงานวิชาการ, ความเป็นเลิศ, โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี 2) สร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา และ 3) ตรวจสอบความเป็นไปได้และประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา กลุ่มตัวอย่างตามวัตถุประสงค์ข้อ 1 เป็นโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี จำนวน 3 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา กลุ่มตัวอย่างตามวัตถุประสงค์ ข้อ 2 เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบประเมินความถูกต้องและเหมาะสม สถิติที่ใช้คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานกลุ่มตัวอย่างตามวัตถุประสงค์ข้อ 3 เป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนและหัวหน้างานวิชาการในโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาจำนวน 25 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบประเมินความเป็นไปได้และประโยชน์ สถิติที่ใช้คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี ทุกโรงเรียนมีการดำเนินงานตามขอบข่ายการบริหารงานวิชาการทั้ง 6 ด้าน และครอบคลุมกับการบริหารสู่ความเป็นเลิศทั้ง 7 ด้าน 2) รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย (1) หลักการและเหตุผล (2) วัตถุประสงค์ (3) สาระสำคัญ (4) วิธีการนำรูปแบบไปสู่การปฏิบัติ และ (5) เงื่อนไขความสำเร็จ โดยการบริหารงานวิชาการถือเป็นงานหลักของโรงเรียนซึ่งส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ การบริหารงานวิชาการจึงควรมีกรอบแนวทางที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ โดยดำเนินงานตามหลักการบริหารสู่ความเป็นเลิศตามบริบทของแต่ละโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ผู้บริหารและครูต้องตระหนักถึงความสำคัญ และขับเคลื่อนการบริหารงานวิชาการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผลการประเมินความถูกต้องและเหมาะสมของรูปแบบมีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ความเป็นไปได้และประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

References

ธีระ รุญเจริญ. (2556). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและการบริหารการศึกษายุคปฏิรูปการศึกษา. ข้าวฟ่าง.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). สุรีริยาสาส์น.

ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2553). การบริหารงานวิชาการ. สื่อเสริมกรุงเทพ.

วาสนา ทวีกุลทรัพย์. (2559). การบริหารศูนย์สื่อการศึกษา. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สำนักงานกลุ่มและสมาคมโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา. (2554). วาระประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554 กลุ่มและสมาคมโรงเรียนเอกชนของวัดในพระพุทธศาสนา. สำนักงานกลุ่มและสมาคมโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา.

สำนักงานกลุ่มและสมาคมโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา. (2561). ข้อมูลและกิจกรรมกลุ่มและสมาคมโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ปีการศึกษา 2561. สำนักงานกลุ่มและสมาคมโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. สำนักนายกรัฐมนตรี.

สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ. (2553). การจัดการความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. ซีเอ็ดยูเคชั่น.

สมโภชน์ นพคุณ. (2556). เอกสารประกอบการบรรยายหลักสูตรพัฒนานักบริหารการศึกษาระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ (นศส.ศธ.) วิชาการบริหารการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ. สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา.

อุดม ชุลีวรรณ. (2559). รูปแบบการพัฒนาระบบบริหารคุณภาพโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่ความเป็นเลิศระดับสากล [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

อุทัย บุญประเสริฐ. (2557). หลักสูตรและการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน. เอสดีเพรส.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2024-09-25

How to Cite

Share |