กลยุทธ์การตรวจสอบภายในที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

Main Article Content

พรทิพย์ สมวัน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษากลยุทธ์การตรวจสอบภายในที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์การตรวจสอบภายใน กับประสิทธิภาพการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 3) เพื่อพัฒนากลยุทธ์การตรวจสอบภายในที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และ 4) เพื่อเสนอแนวทางการปรับปรุงระบบการตรวจสอบภายใน ให้เหมาะสมกับบริบทของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัย คือ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 280 คน ซึ่งคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 และสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินงานตรวจสอบภายใน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับกลยุทธ์การตรวจสอบภายในที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีลักษณะข้อคำถามเป็นคำถามแบบปลายปิด และเป็นแบบมาตราส่วนแบบประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ 0.87 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร 2 ตัวแปร โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน


ผลการวิจัยพบว่า 1) ความคิดเห็นเกี่ยวกับเกี่ยวกับกลยุทธ์การตรวจสอบภายใน และประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์การตรวจสอบภายใน กับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในระดับสูง

Article Details

ประเภทบทความ
Research Articles (บทความวิจัย)

เอกสารอ้างอิง

กิตติเดช ศรีสุวรรณ, (2566), แนวคิดการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการภาครัฐของ หน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับสูงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษาหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับสูงเทศบาลนครรังสิต, สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, นนทบุรี.

กรมบัญชีกลาง, (2562), มาตรฐานการตรวจสอบภายในภาครัฐ พ.ศ. 2562, กระทรวงการคลัง, กรุงเทพฯ.

เจนจิรา เพชรสามพราน, (2567), ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน ของบุคลากรตรวจสอบภายในของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ, วารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 6(2), น. 24-41.

The Institute of Internal Auditors, (2020), International Professional Practices Framework (IPPF), Florida.

รัชนิดา โสมะ, (2560), กลยุทธ์การตรวจสอบภายในที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา,วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 11(2), น. 162-173.

ประไพพรรณ โสภา ขจิต ณ กาฬสินธุ์ และอุระวี คําพิชิต, (2561), ความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการความรู้ทางการตรวจสอบภายในกับประสิทธิผลการตรวจสอบภายในของผู้ตรวจสอบภายในสถาบัน อุดมศึกษาในประเทศไทย, วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 13(1), น. 65-84.

ภัทรานิษฐ์ หมื่นเรือคำ, (2554), ผลกระทบของการตรวจสอบภายในเชิงกลยุทธ์ที่มีต่อประสิทธิภาพการดําเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย, วิทยานิพนธ์บัญชีมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

ชัยวัฒน์ สุทธินันท์, (2562), กลยุทธ์การตรวจสอบภายในที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานของหน่วยงานภาครัฐ, วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏ, 15(2), น. 45-59.

โสภิญญา นครกัณฑ์และคณะ,(2568),กลยุทธ์การตรวจสอบภายในเชิงรุกและการบริหารความเสี่ยงที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), วารสารการจัดการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 12(1), น. 15-28.

จุรินทร์สุนิตย์สกุล, (2551), บทบาทของผู้ตรวจสอบภายในกับประสิทธิภาพในการให้บริการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.

H. P. Hatry, (2006), Performance Measurement: Getting Results, Washington DC: Urban Institute Press.

H. Ahmad, R. Othman, and K. Jusoff, (2009), The effectiveness of internal audit in Malaysian public sector, Journal of Modern Accounting and Auditing, vol.5(9), pp. 53–62.

นพพร ธนาวัฒนานนท์, (2563), การใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบภายในที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของหน่วยงานภาครัฐ, วารสารบริหารรัฐกิจ, 22(1) pp. 89-104.

R. V. Krejcie and D. W. Morgan, (1970), Determining sample size for research activities, Educational and Psychological Measurement, vol.30(3), pp. 607-610.

Lee J. Cronbach, (1974), Essential of Psychological Testing, Newyork Harper & Row Publisher.

กำไลมาศ กฤชเพชร, (2563), ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินงานตรวจสอบภายในของโรงพยาบาล, วารสารวิชาการสาธารณสุขมหาวิทยาลัยมหิดล, 6(2), pp. 85-96.

ชญาภา อุปดิษฐ์ และ อัญชลีพร วุฒิเป๊ก, (2566), การพัฒนารูปแบบการบริหารการเงินการคลังด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ 5 มิติ, วารสารวิจัยระบบสุขภาพ, 17(1), pp. 67-80.

สุภเวช ชัยทัศน์, (2564), การพัฒนารูปแบบการตรวจสอบภายในภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัด, วารสารการแพทย์โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์, 39(2), pp. 45-54.

R. S. Kaplan and D. P. Norton, (1996), The Balanced Scorecard: Translating Strategy into Action, Harvard Business Press.

จิราพร แสงกล้า, (2561), บทบาทของการตรวจสอบภายในที่มีต่อประสิทธิภาพขององค์การภาครัฐ, วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.

C. W. Bame-Aldred, J. B. Cullen, K. D. Martin, and N. G. O’Connor, (2020), Internal audit’s impact on organizational effectiveness: The role of continuous improvement, Journal of Accounting and Organizational Change, vol.16(1), pp. 1-19.

สุภาภรณ์ เกตุสาคร, (2564), การพัฒนาระบบตรวจสอบภายในเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร: กรณีศึกษาในหน่วยงานภาครัฐ, วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพฯ.

A. D. Chambers and M. Odar, (2018), A new vision for internal audit, Managerial Auditing Journal, vol.33(2), pp. 174-188.

Y. Zhang, J. Dai, and M. A. Vasarhelyi, (2021), The impact of emerging technologies on internal audit, Journal of Information Systems, vol.35(3), pp. 199-214.

วาสนา พิทยะศิริ, (2562), การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการตรวจสอบภายในและผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ, การค้นคว้าอิสระ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.

D. G. Mihret and B. Grant, (2017), The role of internal audit in strategic alignment and organizational performance, Accounting Research Journal, vol.30(2), pp. 238-257.