ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2

Main Article Content

ธีรธัชช์ โทบุตร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 เป็นวิธีการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง              คือ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน จำนวน 335 คน ด้วยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 เป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ 1.0 และความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ สภาพปัจจุบัน เท่ากับ 0.96 และสภาพที่พึงประสงค์ เท่ากับ 0.97 สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็น


ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีการปฏิบัติสูงสุด คือ  ด้านการป้องกันและแก้ไข รองลงมา คือ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล และด้านที่มีการปฏิบัติน้อยที่สุด คือ ด้านการคัดกรองนักเรียน และสภาพพึงประสงค์การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านที่มีระดับพึงประสงค์มากที่สุด คือ ด้านการป้องกันและแก้ไข รองลงมา คือ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล และด้านที่มีระดับที่พึงประสงค์น้อยที่สุด คือ ด้านการคัดกรองนักเรียน และด้านการส่งต่อ 2) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา โดยภาพรวมเท่ากับ 0.25 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุดคือ ด้านการคัดกรองนักเรียน (PNImodified = 0.40 ) รองลงมา คือ ด้านการส่งต่อ (PNImodified = 0.28 ) และด้านที่มีความต้องการจำเป็นต่ำสุด คือ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล และด้านการป้องกันและแก้ไข (PNImodified = 0.20 )

Article Details

ประเภทบทความ
Research Articles (บทความวิจัย)

เอกสารอ้างอิง

สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย. (2562). มาตรฐานการปฏิบัติงานโรงเรียนมัธยมศึกษา พ.ศ.2560 (ปรุงปรุง พ.ศ.

. กรุงเทพฯ : สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). คู่มือการคัดเลือกสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อรับ

รางวัลระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปี 2567. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 (2567). รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2567. ชัยภูมิ:

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2.

Miller, R. (1992). What are schools for? Holistic education in American culture (3rd ed.). Holistic Education

Press.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). คู่มือการคัดเลือกสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อรับ

รางวัลระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปี 2567. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย. (2562). มาตรฐานการปฏิบัติงานโรงเรียนมัธยมศึกษา พ.ศ.2560 (ปรุงปรุง พ.ศ.

. กรุงเทพฯ : สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย.

อรรถพล สุนทรพงษ์. (2565). ปัจจัยคัดสรรที่ส่งผลต่อการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน สังกัด

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

พนิดา ศรีเสมอ. (2566). การพัฒนาแนวทางการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้การบริหารแบบมีส่วนร่วม

ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาการศึกษา

มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

พรสุดา เหลืองสุข. (2566). การพัฒนาแนวทางการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้วงจรคุณภาพเดมมิ่ง

สำหรับโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. วิทยานิพนธ์

หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

เชาวลิต ยิ้มแย้ม. (2566). ความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ

โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญา

ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

รัชฎา เพิ่มวิลัย. (2568). แนวทางการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขต

พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1. การศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาศึกษาศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการ

บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.

Taro Yamane. (1973). Statistics: an introductory analysis. New York: New York: Harper & Row.

R. Likert, (1967), "The method of constructing an attitude scale," in Attitude Theory and Measurement,

M. Fishbein, Ed. New York: Wiley, 1967, pp. 90–95.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย.

พัณนิดา ชูสาย. (2567). การพัฒนาแนวทางการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเรียนรวม สำนักงาน

เขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.

กิติศักดิ์ บัวจัตุรัส. (2565). ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ

สถานศึกษาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น. หลักสูตรปริญญาศึกษาศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร

การศึกษา มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.

Jackson, S.K. (2015). The effects of a cognitive-behavioral group counseling intervention that emphasizes

self-management techniques on the classroom behavior and self-efficacy of middle school students.

Review of Educational Research, 63(3), 249–294.

ศตพร เลิศล้ำไตรภพ, สาลินี มีเจริญ, ละมุล รอดขวัญ, และ วรรณรี ปานศิริ. (2565). การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือ

นักเรียนตามทัศนะของครูโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายสินปุน โคกหาร พรุเตียว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ประถมศึกษากระบี่. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2565. (182).

Kearney, C. A., Fensken, M., & Dupont, R. (2025). Implementing multi-tiered systems of support in rural

schools: A practice perspective for improving mental health care for underserved youths. Frontiers in

Education, vol.10, Art.no.1553528. https://doi.org/10.3389/feduc.2025.1553528