รูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการแสวงหาแนวทางพัฒนาตลาดการค้าชายแดนไทย - เมียนมา (ด่านสิงขร) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง รูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการแสวงหาแนวทางพัฒนาตลาดการค้าชายแดนไทย - เมียนมา (ด่านสิงขร) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันของตลาดการค้าชายแดนไทย -เมียนมา (ด่านสิงขร) 2) ศึกษาและสังเคราะห์รูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการแสวงหาแนวทางพัฒนาตลาดการค้าชายแดนไทย -เมียนมา (ด่านสิงขร) และ 3) เสนอรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการแสวงหาแนวทางพัฒนาตลาดการค้าชายแดนไทย -เมียนมา (ด่านสิงขร) คณะผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีการศึกษาเอกสาร การสังเกต การสัมภาษณ์รายบุคคล และการสัมภาษณ์กลุ่ม กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา แล้วสรุปเป็นความเรียงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
ผลการวิจัย 1) จากการศึกษาสภาพปัจจุบันของตลาดการค้าชายแดนไทย –เมียนมา (ด่านสิงขร) พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมและซื้อสินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดการค้าชายแดนไทย –เมียนมา (ด่านสิงขร) น้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก แม้จะเป็นเช้าวันเสาร์ที่มีตลาดนัด เนื่องจากไม่มีสินค้าและกิจกรรมแปลกใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว กล้วยไม้ป่าจากสหภาพเมียนมาที่เคยเป็นสินค้ายอดนิยมก็ถูกห้ามนำเข้ามาจำหน่าย ตลาดสินค้า “แบกะดิน” ก็หายไป มีสร้างอาคารสำหรับขายสินค้าเข้ามาทดแทน กลุ่ม/องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการค้าระหว่างไทย –เมียนมาก็มักเน้นการค้าขายระหว่างประเทศมากกว่าการค้าขายในตลาดการค้าชายแดนไทย –เมียนมา (ด่านสิงขร) เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ตั้งของตลาดด่านสิงขรที่เป็นที่ดิน ส.ป.ก. ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และที่ดินของกรมป่าไม้ ที่ยากต่อการพัฒนาเพราะติดขัดในข้อกฎหมายว่าด้วยวัตถุประสงค์ของการใช้ที่ดิน นอกจากนี้ยังมีเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ ทำให้หน่วยงานด้านการปกครองต้องเข้ามาควบคุมดูแลแทนองค์การบริหารส่วนตำบล 2) จากการศึกษาและสังเคราะห์รูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการแสวงหาแนวทางพัฒนาตลาดการค้าชายแดนไทย –เมียนมา (ด่านสิงขร) พบว่า ปัจจุบันภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันในการบริหารจัดการตลาดการค้าชายแดนไทย –เมียนมา (ด่านสิงขร) รูปแบบผู้นำ ผู้ตาม (Leader – Follower Relationship) โดยที่หน่วยงานภาครัฐเป็นผู้นำในการกำหนดนโยบาย การวางแผน การวางโครงสร้าง และการวางกรอบความร่วมมือ ส่วนหน่วยงานภาคเอกชนจะเป็นผู้ตามในการปฏิบัติ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานที่จะอำนวยความสะดวกในด้านการค้า ซึ่งภาคเอกชนให้ความร่วมมือในด้านการลงทุนและนำสินค้ามาจำหน่าย3) รูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการแสวงหาแนวทางพัฒนาตลาดการค้าชายแดนไทย –เมียนมา (ด่านสิงขร) ที่ควรสร้างขึ้นคือ รูปแบบที่ภาครัฐยังคงควรเป็นผู้นำและภาคเอกชนควรเป็นผู้ตาม โดยจัดตั้งองค์กรหรือกลุ่มที่มีกรรมการประกอบด้วยภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายสินค้าเข้ามาบริหารจัดการตลาดการค้าชายแดนไทย –เมียนมา (ด่านสิงขร) เป็นการเฉพาะ และให้มีลักษณะความร่วมมือตามแบบ 4C’s ที่มีทั้งการร่วมมือ (Cooperation) การร่วมแรงร่วมใจ (Collaboration) การประสานงาน (Coordination) และการสื่อสารแบบสองทาง (Communication) เพื่อพัฒนาตลาดการค้าชายแดนไทย –เมียนมา (ด่านสิงขร) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยการสร้างสิ่งดึงดูดใจ สิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรมให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วม ความสะดวกในการเข้าถึง ที่พัก และบริการต่างๆ ที่จำเป็น
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร สักทอง : วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลับราชภัฏกำแพงเพชร
ข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในวารสารเป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรและบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย