ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติดและการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาประถมศึกษา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานศึกษา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี 2) ศึกษาการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติดและการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครูในสถานศึกษาอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 150 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ขอมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานศึกษา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยมีค่าเฉลี่ยเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ วิธีการป้องกันยาเสพติด สาเหตุที่ทำให้ติดยาเสพติด และโทษและพิษภัยของยาเสพติด ตามลำดับ 2) การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การป้อง กันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งเหมาะสมเมื่อพิจารณารายด้านอยู่ในระดับมากทุกด้านโดยเรียงจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการรักษา และด้านการค้นหา ซึ่งเท่ากันกับด้านการบริหารจัดการ และด้านการป้องกัน และด้านการเฝ้าระวัง ตามลำดับ 3) ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติดและการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี มีความสัมพันธ์กันทางบวก จึงต้องสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นอย่างมากเพื่อให้การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์เป็นไปตามเป้าหมาย และประสบความสำเร็จ
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร สักทอง : วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลับราชภัฏกำแพงเพชร
ข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในวารสารเป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรและบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
เอกสารอ้างอิง
Best & Khan. (1993). Research in Fducation. (7 th ed.). Boston : Allyn and Bacon.
Center for Drug Prevention and Suppression Ministry of Education. (2012). Speaker manual for Prevention and solve drug problems. Bangkok : Assembly of
Agricultural Cooperatives of Thailand.
_______. (2016). A Guide to Preventing and Solving Drug Problems. Bangkok : Cooperative Rally Agriculture of Thailand.
_______. (2017). Prevention and solution of drug problems in educational institutions. Bangkok : Cooperative Rally Agriculture of Thailand.
Chekphimai, C. & Srithanasan, P. (2017). Self-protection behavior from students' drugs. Master's thesis, King Mongkut's University of Technology North Bangkok.
Duangrat, B. (2007). Factors Related to Practices for Preventing Amphetamine Addictionof Students.Grade 6, Suphan Buri Province. Master's thesis, University of
Srinakharinwirot.
Ithake, J., et al., (2001). Control, performance evaluation, and risk management of hospital. Bangkok : Cooperative Rally Agriculture of Thailand.
Krejcie & Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Samingprai, V. (2015). Study the operational problems and study the solutions to the Prevent and solve drug problems in schools. Bangkok : Cooperative Rally
Agriculture of Thailand.
Wongrattana, C. (2007). Statistical Techniques for Research. Bangkok : Taineramitkij Interprogressive Press.