การรับรู้ในปัญหาด้านค่านิยมและความเชื่อส่วนบุคคลของนักศึกษากับการสื่อสารระหว่างบุคคลเพื่อการพัฒนาชุมชน
DOI:
https://doi.org/10.14456/rcmrj.2018.150279คำสำคัญ:
ค่านิยมส่วนบุคคล, ความเชื่อส่วนบุคคล, การสื่อสารระหว่างบุคคล, การพัฒนาชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ได้แก่ 1) เพื่อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยด้านค่านิยมและความเชื่อส่วนบุคคลของนักศึกษา 2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านเพศกับผลกระทบด้านค่านิยมและความเชื่อส่วนบุคคลกับการพัฒนาชุมชน 3) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านเพศกับผลกระทบด้านการสื่อสารกับบุคคลอื่นและการพัฒนาชุมชน 4) เพื่อสรุปนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านค่านิยมและความเชื่อส่วนบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อการสื่อสารกับบุคคลอื่น รวมทั้งจะส่งผลไปถึงการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ วิธีดำเนินการวิจัยใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ จากการตอบแบบสอบถามและการสนทนากลุ่มย่อย สรุปผลการวิจัยจากข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่า กลุ่มผู้ให้ข้อมูลมีความคิดเห็นด้านค่านิยมส่วนบุคคลเกี่ยวกับปัจจัยการคิดนอกกรอบเพื่อสร้างความแตกต่าง ในระดับมากที่สุด จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 17.47 ความคิดเห็นด้านความเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่ใช่เหตุบังเอิญและเชื่อว่าคนเราพัฒนาได้ถ้าตั้งใจจริงต้องทำได้ อยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากัน คือด้านละ 14 คน คิดเป็นร้อยละ 13.59 ผลการทดสอบโดยมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .05 พบว่า ความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านเพศกับผลกระทบด้านค่านิยมส่วนบุคคลกับการพัฒนาชุมชน มีค่าไคสแคว์ = .007 คือ ยอมรับสมมติฐาน ผลการทดสอบความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านเพศกับผลกระทบด้านความเชื่อส่วนบุคคลกับการพัฒนาชุมชน มีค่าไคสแคว์ = .091 คือ ปฏิเสธสมมติฐาน และผลการทดสอบความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านเพศกับผลกระทบด้านการสื่อสารกับบุคคลอื่นและการพัฒนาชุมชน มีค่าไคสแคว์= .001 คือ ยอมรับสมมติฐาน ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสนทนากลุ่มย่อย สรุปได้ว่า กลุ่มผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าปัจจัยด้านค่านิยมและความเชื่อส่วนบุคคลจะส่งผลต่อการสื่อสารเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นและส่งผลกระทบต่อการพัฒนาชุมชนให้เป็นไปในทางที่ดีมากขึ้น ในอีกด้านหนึ่งถึงแม้ว่าผู้คนในชุมชนมีปัจจัยทั้งสองด้านแตกต่างกันแต่ถ้าสามารถปรับค่านิยมและความเชื่อเข้าหากันได้และทำการสื่อสารกันได้อย่างเป็นมิตร จะทำให้เกิดความร่วมมือเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาในชุมชนของตนเองให้ประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กมลชนก จันทร์แดง, ขวัญฤทัย บุญเนตร, นัฐพร อุตะมะและเพื่อน. (2561). ความเชื่อ. วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง
ตระกูล ชำนาญ. (2561). การเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่, 19(1), 105-113.
นันทนา ขุนภักดี. (2530). การวิเคราะห์ความเชื่อของชายไทยในสวัสดิรักษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
บ้านจอมยุทธ. (2561). ความเชื่อก่อนการนับถือพระพุทธศาสนา. สืบค้นจาก https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-2/thai_philosophy/08.html
ปิ่นกนก วงศ์ปิ่นเพ็ชร์. (2558). ปัจจัยเชิงเหตุของพฤติกรรมสิ่งแวดล้อมของนักศึกษา ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยภาครัฐในเขตกรุงเทพมหานคร. สุทธิปริทัศน์, 32(101), 121-133
พวงชมพู ไชยอาลา แสงรุ่งเรืองโรจน์. (2560). “กระบวนการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนและผู้ใหญ่ผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่น : กรณีศึกษา ชุมชนหมู่บ้าน หนองนาสร้าง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด”. วารสารวิถีสังคมมนุษย์, 5(1), 166-190.
ฤทธิณัณฑ์ เชื้อทอง และรุจิระ โรจนประภายนต์. (2559). คณะภาษาและการสื่อสาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. วารสารวิชาการ, 21(29), 110-143.
ฤทธิณัณฑ์ เชื้อทอง และรุจิระ โรจนประภายนต์. (2561). คณะภาษาและการสื่อสาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ วาทวิพากษ์: ค่านิยม มายาคติ และอุดมการณ์ที่ปรากฏ ในหนังสือ “วรรคทองในวรรณคดีไทย” วารสารธรรมศาสตร์, 37(1), 19-42.
สมปราชญ์ อัมมะพันธุ์. (2536). ประเพณีและพิธีกรรมในวรรณคดีไทย. กรุงเทพมหานคร :โอเดียนสโตร์.
สุพัตรา สุภาพ. (2531). สังคมและวัฒนธรรมไทย ค่านิยม ครอบครัว ศาสนา ประเพณี. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
สุพาณี สฤษฎ์วานิช. (2552). พฤติกรรมองค์การสมัยใหม่ แนวคิดและทฤษฎี. (พิมพ์ครั้งที่ 2). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
DeFleur, M. L., & Ball-Rokeach, S. (1982). Theories of mass communication (4th ed.). New York: Longman.
Miller, W. R. (1995). The ethics of motivational interviewing revisited. Behavioral and Cognitive Psychotherapy, 23, 345-348.
Phillips, H. P. (1965). Thai peasant personality: The patterning of interpersonal behavior in the village of Bang Chan. California: University of California Press.
Rokeach, M. (1973). The nature of human values. New York: Free Press.
Rojjanaprapayon, W. (1997). Communication patterns of Thai people in a non-Thai context. Doctoral dissertation Perdue University.
Schwartz, S. H. (2006). Basic human values: Theory, measurement, and applications. Revue française de sociologie.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน “Community and Social Development Journal” ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ Community and Social Development Journal มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และเพื่อให้เผยแพร่บทความได้อย่างเหมาะสมผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ ผู้เขียนยังคงถือครองลิขสิทธิ์บทความที่ตีพิมพ์ภายใต้ใบอนุญาต Creative Commons Attribution (CC BY) ซึ่งอนุญาตให้เผยแพร่บทความซ้ำในแหล่งอื่นได้ โดยอ้างอิงต้องอ้งอิงบทความในวารสาร ผู้เขียนต้องรับผิดชอบในการขออนุญาตผลิตซ้ำเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์จากแหล่งอื่น
2. เนื้อหาบทความที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ



