นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ประกาศเมื่อ 2026-10-07กำหนดให้ใช้เป็นแนวทางสำหรับการเขียนต้นฉบับบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารปัญญาภิวัฒน์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
การใช้ AI สำหรับผู้เขียน
1. ผู้เขียนสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเขียนบทความในด้านการตรวจสอบไวยากรณ์ การจัดโครงสร้างภาษา หรือการสังเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น แต่ AI ไม่สามารถเป็นผู้เขียนหลักหรือเป็นตัวแทนของผู้เขียนได้ ทั้งนี้ เพื่อให้บทความเกิดองค์ความรู้ใหม่ เกิดคุณค่า เกิดประโยชน์ และความซื่อสัตย์ทางวิชาการ
2. ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมดของบทความ ทั้งในด้านความถูกต้อง ความสมบูรณ์ และจริยธรรมทางวิชาการ หากมีการใช้ AI ช่วยสร้างหรือวิเคราะห์เนื้อหา ผู้เขียนต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหานั้นเป็นต้นฉบับ ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือจรรยาบรรณ และมีการอ้างอิงอย่างถูกต้อง
สุดท้าย ผู้เขียนต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาในผลงานของตนเอง
3. ผู้เขียนต้องเปิดเผยข้อมูลการใช้ AI อย่างครบถ้วนชัดเจนโปร่งใส เช่น การใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล การใช้ AI สร้างข้อความ ตาราง หรือภาพ โดยระบุไว้ในส่วนการแจ้งข้อมูลการใช้ AI (Declaration of AI Use) ในบทความ
ตัวอย่าง การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ AI ช่วยในการจัดเตรียมต้นฉบับ
ระหว่างการจัดทำผลงานนี้ ผู้เขียนได้ใช้ [ชื่อเครื่องมือ/บริการ] เพื่อ [เหตุผล/วัตถุประสงค์] ซึ่งภายหลังการใช้เครื่องมือ/บริการดังกล่าว ผู้เขียนได้ตรวจสอบและแก้ไขเนื้อหาตามความเหมาะสม และขอเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาของบทความนี้
4. ผู้เขียนสามารถใช้ AI สำหรับการตรวจจับการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (Plagiarism) การจัดการรายการอ้างอิง (Reference) การตรวจสอบไวยากรณ์หรือปรับภาษาได้ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเป็นพิเศษ หากไม่มีผลต่อเนื้อหาสาระหลักของบทความ
การใช้ AI สำหรับผู้ประเมินบทความ
1. ผู้ประเมินต้องไม่อัปโหลดต้นฉบับหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความไปยัง AI เพราะอาจละเมิดความลับของผู้แต่ง และสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล
2. ผู้ประเมินไม่ควรใช้ AI วิเคราะห์หรือสรุปผลการประเมิน เนื่องจากการประเมินบทความต้องใช้วิจารณญาณและความเข้าใจเชิงวิพากษ์ของมนุษย์
3. ผู้ประเมินสามารถใช้ AI ตรวจสอบไวยากรณ์และจัดโครงสร้างประโยคให้ถูกหลักภาษาได้ตามความเหมะสม โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงวิชาการ
การใช้ AI สำหรับบรรณาธิการ
1. บรรณาธิการต้องไม่อัปโหลดต้นฉบับหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความไปยัง AI เพราะอาจละเมิดความลับของผู้แต่ง และสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลยกเว้นเป็นเครื่องมือเพื่อตรวจจับการใช้ AI สร้างเนื้อหา
2. บรรณาธิการควรมีเครื่องมือหรือแนวทางสำหรับการตรวจสอบการใช้ AI โดยเฉพาะในกรณีที่เนื้อหามีลักษณะผิดปกติ เช่น การสังเคราะห์เนื้อหาที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง การใช้ภาพที่สร้างโดยอัตโนมัติ หรือข้อความที่แสดงลักษณะไม่เป็นธรรมชาติ เป็นต้น
3. บรรณาธิการสามารถใช้ AI ในการจัดการต้นฉบับ เช่น การตรวจสอบไวยากรณ์ การจัดการเอกสารในเชิงเทคนิค การตรวจสอบรายการอ้างอิง เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อดุลยพินิจหรือการตัดสินทางวิชาการซึ่งเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของบรรณาธิการ
แนวทางการพิจารณาบทความที่ใช้ AI
1. วารสารขอปฏิเสธการรับพิจารณาหรือตีพิมพ์บทความที่มีการใช้ AI ในการสร้างเนื้อหาหลักหรือเนื้อหาทั้งหมดของบทความ
2. วารสารขอปฏิเสธการรับพิจารณาบทความที่ผู้เขียนไม่เปิดเผยข้อมูลการใช้ AI อย่างครบถ้วน หรือไม่รับผิดชอบต่อเนื้อหาที่เผยแพร่
3. ผู้เขียนสามารถยื่นคำร้องโต้แย้งผลการพิจารณาเกี่ยวกับการใช้ AI โดยต้องแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน เพื่อให้บรรณาธิการและกองบรรณาธิการพิจารณา หากเห็นว่าเหตุผลสมเหตุสมผล อาจมีการเปลี่ยนแปลงผลการตัดสินได้ ทั้งนี้ การตัดสินของกองบรรณาธิการถือเป็นที่สิ้นสุด
4. บทความที่ตีพิมพ์ไปแล้วหากพบว่าบทความดังกล่าวขัดต่อนโยบายการใช้ AI นี้ วารสารขอสงวนสิทธิ์การเผยแพร่และบทความจะถูก Retracted บนเว็บไซต์ของวารสารต่อไป
แหล่งอ้างอิง COPE Council (https://doi.org/10.24318/cCVRZBms) และ World Association of Medical Editors (https://wame.org/page3.php?id=106) (ปรับปรุงข้อมูลวันที่ 1 ตุลาคม 2569)