รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คำสำคัญ:
ประสิทธิผลของโรงเรียน, ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน, รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้น, schools effectiveness, factors affecting schools effectiveness, linear structural relationship modelบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 560 โรงเรียน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถาม 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลหาค่าเฉลี่ย ( ) หาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (correlation) โดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows และใช้โปรแกรมลิสเรล 8.52 ในการวิเคราะห์ความเบ้ ความโด่ง องค์ประกอบเชิงยืนยัน และตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างรูปแบบตามสมมติฐานกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้
- รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์
- ปัจจัยที่ส่งผลทางตรงต่อประสิทธิผลของโรงเรียน มี 3 ปัจจัย เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย คือ การบริหารแบบมีส่วนร่วม ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง และการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เท่ากับ 0.68, 0.07 และ 0.07
- ปัจจัยที่ส่งผลทางอ้อมต่อประสิทธิผลของโรงเรียน มี 2 ปัจจัย เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย คือ 1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ส่งผลบวกทางอ้อมผ่านการบริหารแบบมีส่วนร่วม เท่ากับ 0.10 และส่งผลทางอ้อมผ่านการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เท่ากับ 0.19 และ 2) การบริหารแบบมีส่วนร่วม ส่งผลทางอ้อมผ่านการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เท่ากับ 0.03
- ปัจจัยที่ส่งผลรวมต่อประสิทธิผล ของโรงเรียน มี 3 ปัจจัย เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย คือ การบริหารแบบมีส่วนร่วม ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง และการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ส่งผลรวมทางบวกต่อประสิทธิผลของโรงเรียน เท่ากับ 0.71, 0.26 และ 0.07
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ข้อความที่ปรากฎในวารสารฉบับนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่ละท่าน สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และกองบรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ขอให้ผู้อ่านอ้างอิงในกรณีที่ท่านคัดลอกเนื้อหาบทความในวารสารฉบับนี้