การศึกษาพฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์น้ำของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
พฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์น้ำ, water usage behavior and conservationบทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้และการอนุรักษ์น้ำของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด 2) เพื่อหาแนวทางและวิธีการอนุรักษ์แม่น้ำชีของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 800 คน ซึ่งได้มาจากการกำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และการระดมความคิดเห็น (Focus group) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. ประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด มีพฤติกรรมการใช้น้ำโดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชาชนทั่วไปมีพฤติกรรม ด้าน การใช้ประโยชน์เพื่อการประปามากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก รองลงมาคือ ด้านการใช้ประโยชน์เพื่อการสันทนาการ และด้านการใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร ตามลำดับ โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก
2. ผลการสัมภาษณ์และระดมความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด สามารถสรุปความคิดเห็นของประชาชนได้ พบว่า ประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชี ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าวิธีการหรือแนวทางในการอนุรักษ์น้ำใน แม่น้ำชีมีดังต่อไปนี้คือ รณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดยการไม่ทิ้งขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูลและสารเคมีต่างๆ ลงในบริเวณแม่น้ำชี รองลงมาคือรัฐบาลควรมีการควบคุม การปล่อยน้ำเสียจากโรงงานต่างๆ ก่อนจะปล่อยทิ้งลงสู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชี และควรส่งเสริมให้มีการปลูกหญ้าแฝกและไม้ยืนต้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำชีเพื่อป้องกันการพังทลายของตลิ่งและทำให้บรรยากาศดี ไม่มีมลพิษทางอากาศอีกด้วย ตามลำดับ
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ข้อความที่ปรากฎในวารสารฉบับนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่ละท่าน สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และกองบรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ขอให้ผู้อ่านอ้างอิงในกรณีที่ท่านคัดลอกเนื้อหาบทความในวารสารฉบับนี้