การเตรียมฟิล์มบางด้วยระบบแมกนิตรอนสปัตเตอริงแบบพัลส์ดีซี จากเป้า Ca3Co4O9 และ CaMnO3
คำสำคัญ:
ระบบแมกนิตรอนสปัตเตอริงแบบพัลส์ดีซี, ฟิล์มบางเทอร์มออิเล็กทริก, สมบัติเทอร์มออิเล็กทริกบทคัดย่อ
ฟิล์มบางถูกพอกพูนบนฐานแก้วโดยใช้ระบบแมกนิตรอนสปัตเตอริงแบบพัลส์ดีซีสองขั้วไม่สมมาตรจากเป้า Ca3Co4O9 และ CaMnO3 ความหนาแน่น 3.218 g/cm3 และ 2.862 g/cm3 ตามลำดับ เป้าสปัตเตอริงเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 mm หนา 2.5 mm ซึ่งทำการซินเตอร์จากผงที่เตรียมด้วยวิธีการทำปฏิกิริยาสถานะของแข็ง การพอกพูนภายใต้อัตราการไหลของแก๊สอาร์กอน 15.0±0.1 sccm ความถี่พัลส์ 17.24 kHz เวลา 1 ชั่วโมง พัลส์บวกที่ขั้วแอโนดมีกระแสไฟฟ้าและความต่างศักย์ 20 mA 100 V กระแสลบที่ขั้วแคโทด 120 mA ความต่างศักย์ประมาณ 260-280 V การปล่อยแสงจากพลาสมาขณะการพอกพูนวัดในช่วงความยาวคลื่น 360-800 nm โดยใช้เครื่องสเปกโทรมิเตอร์ชนิดความสามารถในการแยกสูง ความหนาของฟิล์มที่พอกพูนแล้วประมาณได้จากการแทรกสอดของแสงโดยใช้วิธีของทอลานสกีและวัดด้วยเครื่องอิลิปโซมิเตอร์ โครงสร้างผลึกศึกษาโดยใช้การเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์ สมบัติเทอร์มออิเล็กทริกพิจารณาได้จากสัมประสิทธิ์เซเบคและสภาพต้านทานไฟฟ้าที่อุณหภูมิห้อง สัมประสิทธิ์เซเบคหาได้จากการวัดความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและผลต่างอุณหภูมิ สภาพต้านทานไฟฟ้าวัดโดยวิธีสี่ขั้วมาตรฐานของแวนเดอร์พาว แฟกเตอร์กำลังได้จากการคำนวณ ผลการทดลองพบว่าสเปกตรัมการปล่อยแสงมีอะตอมของ Ca, Mn, Co และ O ถูกสปัตจากเป้าไปยังฐานแก้ว ความหนาของฟิล์ม Ca-Co-O และ Ca-Mn-O คือ 0.435±0.003 m และ 0.449±0.001
m ตามลำดับ แบบอย่างการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์แสดงให้เห็นว่าฟิล์มที่พอกพูนแล้วเป็นอสัณฐาน การวัดสมบัติเทอร์มออิเล็กทริกของฟิล์ม Ca-Co-O ได้ค่าสัมประสิทธิ์เซเบค 0.146±0.009 mV/K สภาพต้านทานไฟฟ้า 0.473±0.009
.cm และแฟกเตอร์กำลัง 4.531±0.685
W/m.K2 ที่อุณหภูมิห้อง สำหรับฟิล์ม Ca-Mn-O มีความต้านทานสูงและไม่สามารถทดลองวัดสมบัติเทอร์มออิเล็กทริกได้ คาดว่าการแอลนีลหลังการพอกพูนและการเจือปนโลหะจะทำให้มีสมบัติเทอร์มออิเล็กทริกดีขึ้น ซึ่งจะได้ทำการศึกษาและวิจัยต่อไป
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ข้อความที่ปรากฎในวารสารฉบับนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่ละท่าน สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และกองบรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ขอให้ผู้อ่านอ้างอิงในกรณีที่ท่านคัดลอกเนื้อหาบทความในวารสารฉบับนี้