รูปแบบการอนุรักษ์วัฒนธรรม บ้านหนองบัว อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย สำหรับการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน: ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน

ผู้แต่ง

  • ไทยโรจน์ พวงมณี อาจารย์ประจำสาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย
  • คชสีห์ เจริญสุข อาจารย์ประจำสาขาวิชาดุริยางคศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย

คำสำคัญ:

รูปแบบการอนุรักษ์วัฒนธรรม, การจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพพื้นที่และสภาพวัฒนธรรมบ้านหนองบัว อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย และ 2) ศึกษารูปแบบการอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้านหนองบัว อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย เก็บรวบรวมข้อมูลจากปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ตัวแทนของชุมชน กลุ่มการจัดการท่องเที่ยว และนักวิชาการท้องถิ่น จำนวน 20 คน ใช้การศึกษาเอกสาร การสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า

1. บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้านหนึ่งในอำเภอภูหลวง จังหวัดเลย โดยในพื้นที่มีแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ สภาพแวดล้อมของพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งป่า ภูเขา แม่น้ำ จึงมีตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับพญาช้างกับนางผมหอมของคนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง และมีการจัดงานเพื่อการสักการะบูชาเป็นประจำทุกปี โดยวัฒนธรรมของชุมชนที่คงอยู่และถือปฏิบัติ จะเกี่ยวเนื่องกับประเพณี 12 เดือน ส่วนวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปหัตถกรรมที่ขาดการสืบสานและต้องมีการอนุรักษ์ไว้ ประกอบด้วย ซอกะบั้ง ธุงจากไม้ไผ่ เครื่องจักสาน  เครื่องปั้นดินเผา การทอผ้า เครื่องประดับจากหินสีและดินเผา

2.  รูปแบบในการอนุรักษ์วัฒนธรรม มี 8 รูปแบบ ดังนี้ 1) รูปแบบของการจัดตั้งกลุ่มการผลิตและการอนุรักษ์ 2) รูปแบบของการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน  3) รูปแบบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติให้กับชุมชน 4) รูปแบบการอบรมสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจ  5) รูปแบบสื่อเสียงตามสายของชุมชน  6) รูปแบบการทำเอกสารสิ่งพิมพ์และสื่อสารสนเทศออนไลน์  7) รูปแบบกลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ และ 8) รูปแบบแหล่งเรียนรู้

เอกสารอ้างอิง

กุสุมา บุญกาญจน์ และ ชูวิทย์ สุจฉายา. (2558). การจัดทำแนวทางอนุรักษ์และฟื้นฟูชุมชนดั้งเดิมด้วย กระบวนการมีส่วนร่วมกรณีศึกษาชุมชนริมน้ำจันทบูร. วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์, 14(1), 59-82.

ปรีดา พูลสิน. (2555). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการความรู้ทางศิลปวัฒนธรรม: กรณีศึกษาชุมชนวัดโสมนัส. วารสารวิจัยและพัฒนา, 4, 60-66.

พลอยภัทรา ตระกูลทองเจริญ. (2557). การศึกษาความตระหนักในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมกรณีศึกษา: หมู่บ้านศาลาแดงเหนือ เชียงรากน้อย (วิทยานิพนธ์ปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, กรุงเทพฯ.

พิทยวัฒน์ พันธะศรี. (2557). ซอบั้ง: การสืบทอดวัฒนธรรมการประดิษฐ์และการบรรเลงของชาวบ้านบ่อแก้ว ตำบลบ่อแก้ว อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิชาการแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์, 1(3), 9-25.

ศิริพงศ์ อริยสุนทร. (2558). การอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและชาติตามกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรม: กรณีศึกษาการจัดตั้ง สภาวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 (วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐศาสตร์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.

สุพัตรา คงขำ และ เครือวัลย์ คงขำ. (2561). แนวทางการอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านการชักแห่เรือพระบกของตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่. วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, 10(2), 277-288.

หน่วยอนุรักษ์ทางศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อม. (2563, 5 มิถุนายน). แนวทางและประโยชน์ที่ได้จากการอนุรักษ์ศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อม. สืบค้นจาก http://culturalenvi.onep.go.th.

อารีรัตน์ พุฒิรุ่งโรจน์. (2557). แนวทางการส่งเสริมการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาว่าวไทย. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 25(2), 37-46.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-10-21

รูปแบบการอ้างอิง

พวงมณี ไ., & เจริญสุข ค. (2022). รูปแบบการอนุรักษ์วัฒนธรรม บ้านหนองบัว อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย สำหรับการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน: ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 17(61), 7–16. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/researchjournal-lru/article/view/243281

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ