การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
องค์กรแห่งการเรียนรู้, บุคลากร, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม และเพื่อเปรียบเทียบการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม จำนวน 378 คน คำนวณจากสูตรของ Yamane ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.94 เก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน 2567 และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ค่าแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐาน โดยการทดสอบค่าที และการทดสอบค่าเอฟ และทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีการของ Least Significant Difference (LSD) ผลการวิจับพบว่า 1) ระดับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.31) เมื่อจำแนกรายด้าน เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย พบว่า ด้านแบบแผนทางความคิด (
= 4.42) ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วม (
= 4.40) ด้านการคิดอย่างเป็นระบบ (
= 4.31) ด้านการเป็นบุคคลที่รอบรู้ (
= 4.26) ด้านการเรียนรู้เป็นทีม (
= 4.17) ตามลำดับ 2) การเปรียบเทียบการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม พบว่า บุคลากรที่มี เพศ ระดับการศึกษา อายุงาน และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกัน มีการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนมโดยรวมไม่แตกต่างกัน ส่วนบุคลากรที่มีอายุต่างกัน มีการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนมโดยรวม แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กรรณภัทร กันแก้ว, ขนิษฐา เจริญนิตย์, รจนารถ วรมนตรี, กรวินทร กังวล และ เทพลักษณ์ โกมิวณิช. (2563). องค์กรแห่งการเรียนรู้กับความท้าทายในการจัดการความรู้ในกระบวนทัศน์ของการเปลี่ยนแปลง. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 6(2), 241–254.
ฉัตรชัย นาถ้ำพลอย. (2563). บทบาทของผู้นำในองค์กรการเรียนรู้: การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชัยภัทร พรพิพัฒน์, สรรเสริญ หุ่นแสน และ ลินดา นาคโปย. (2567). ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา. วารสารวิชาการศรีปทุม ชลบุรี, 21(1), 1-14.
ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ. (2551). แนวคิดและทิศทางการพัฒนาประเทศไทย ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์. สืบค้นจาก https://econ.rsu.ac.th/econ/929/.
ดลลักษณ์ วันจันทร์. (2555). ศักยภาพของบุคลากรในการพัฒนาไปสู่การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ศึกษากรณีบุคลากรของสำนักทางหลวงที่ 9 (ลพบุรี) (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
ธาดา วิกัยวราภรณ์. (2565). ภาวะผู้นําทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธนบุรี, กรุงเทพฯ.
บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์. (2559). การบริหารงานท้องถิ่นอย่างยั่งยืน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิ่นกนก วงศ์ปิ่นเพ็ชร์. (2557). แนวคิดการปรับตัวในการทำงานของพนักงานใหม่ในองค์กร. Life Sciences and Environment Journal, 15(1), 45–54.
พรพรรณ สีดา. (2564). สมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4. วารสารมณีเชษฐาราม, 7(5), 574-593.
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี. (2546). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 120 ตอนที่ 43 ก, หน้า 1-13.
มุกดา ขวัญกลาง. (2563). บทบาทของการพัฒนาบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษาองค์กรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนา, 7(2), 32-50.
ลัดดาวัลย์ เพชรโรจน์ และ อัจฉรา ชำนิประศาสน์. (2545). ระเบียบวิธีการวิจัย (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: พิมพ์ดีการพิมพ์.
วรนันท์ ประทุมวัน. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, มหาสารคาม.
วีรวุธมาฆะ ศิรานนท์. (2540). การบริหารเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมชัย วงษ์นายะ. (2564). การพัฒนานโยบายท้องถิ่นในศตวรรษที่ 21: แนวทางสู่ความยั่งยืน. วารสารการบริหารงานท้องถิ่น, 15(3), 89-105.
สุดา มงคลสิทธิ์. (2562). นวัตกรรมการบริหารงานในภาครัฐ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุเนตร ธนศิลปพิชิต. (2564). การส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้. วารสารชัยภูมิปริทรรศน์, 4(3), 10-19.
สุพจน์ นิมิตรบรรณสาร. (2554). ความคิดเห็นของพนักงานที่มีต่อการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
อินทิรา อำมโภช. (2565). การบริหารงานบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. ขอนแก่น: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Argyris, C., and Schön, D. A. (1996). Organizational learning II: Theory, method, and practice. Boston, MA: Addison-Wesley.
Brown, J. S., and Duguid, P. (2001). Knowledge and organization: A social-practice perspective. Organization Science, 12(2), 198–213.
Garvin, D. A. (1993). Building a learning organization. Harvard Business Review, 71(4), 78–91.
Goh, S., and Richards, G. (1997). Benchmarking the learning capability of organizations. European Management Journal, 15(5), 575–583.
Hofstetter, R. (1967). The nature of man and his work. New York: Harper & Row.
Jones, A.B., Smith, C.D. and Johnson, E.F. (2019) Leveraging Technology for Effective Communication and Collaboration in Organizations. Journal of Organizational Technology, 15, 45-63.
Kotter, J. (2012). Leading Change. Boston, MA: Harvard Business Review Press.
Nonaka, I., and Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. Oxford: Oxford University Press.
Örtenblad, A. (2018). A guide to the learning organization. Oxford: Springer.
Ryburn, T. (2019). The Effect of Organizational Tenure, Bargaining Unit Status, and Union Membership on Local Government Employee Public Service Motivation (Unpublished doctoral dissertation). University of Arkansas, United States.
Sampieri, H., Collado, C., and Baptista, L.P. (2014). Metodoligía de la investigación. México: McGraw-Hill/Interamericana Editores.
Senge, P.M. (2006). The Fifth Discipline: The Art & Practice of The Learning Organization. New York: Doubleday.
Smith, J. (2020). Effective strategies for local government sustainability. Journal of Public Administration Research and Theory, 32(4), 455-470.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed). Harper and Row, New York.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความที่ปรากฎในวารสารฉบับนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนแต่ละท่าน สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และกองบรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ขอให้ผู้อ่านอ้างอิงในกรณีที่ท่านคัดลอกเนื้อหาบทความในวารสารฉบับนี้