แนวทางการพัฒนาการบริหารงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนเฉพาะความพิการด้านความบกพร่องทางสติปัญญาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนเฉพาะความพิการ ด้านความบกพร่องทางสติปัญญา 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนเฉพาะความพิการ ด้านความบกพร่องทางสติปัญญา โดยการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนเฉพาะความพิการ ด้านความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่มตัวอย่าง 226 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา 9 คน และครูผู้สอน 217 คน สุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มแบบเป็นกลุ่ม (Area or Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีการเรียงลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 แนวทางการพัฒนาการบริหารงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนเฉพาะความพิการ ด้านความบกพร่องทางสติปัญญา การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อศึกษาแนวทางทางการพัฒนาการบริหารงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนเฉพาะความพิการด้านความบกพร่องทางสติปัญญา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ผู้วิจัยได้สังเคราะห์ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วนำมาสรุปแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา
ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการพัฒนาการบริหารงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนเฉพาะความพิการด้านความบกพร่องทางสติปัญญา โดยรวม และรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าดัชนีการเรียงลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น อยู่ระหว่าง 0.26-034 2) แนวทางการพัฒนาการบริหารงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนเฉพาะความพิการ ด้านความบกพร่องทางสติปัญญา พบ 13 แนวทาง แบ่งเป็น ด้านการบริหารจัดการ 3 แนวทาง ด้านการการบริหารวิชาการ 3 แนวทาง ด้านผู้เรียน 4 แนวทาง และด้านสารสนเทศพื้นฐานและการรายงาน 3 แนวทาง โดยมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้โดยรวม และรายด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความที่ลงตีพิมพ์ทุกเรื่องได้รับการตรวจทางวิชาการโดยผู้ประเมินอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) สาขาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 3 ท่าน ในรูปแบบ Double blind review
2. ข้อคิดเห็นใด ๆ ของบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นี้เป็นของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
3. กองบรรณาธิการวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ไม่สงวนสิทธิ์การคัดลอกแต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา
เอกสารอ้างอิง
น้ำทิพย์ วิภาวิน. (2556). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพ: วิทยาลัยชุมชน.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ถวัลย์ พอกประโคน. (2557). สภาพการบริหารงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต). บุรีรัมย์: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
ประดิษฐ จัดโสภา. (2557). แนวทางการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2 (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้นฉบับปรับปรุง(พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2560). แนวทางการนิเทศการจัดการศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. กรุงเทพฯ : สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ.
Bream, P. (2008). School administrator perspective on their leadership role in technology. Minnesota. State of Minnesota.
Magdalena, B.S. (2009). Information and communication technologies as tools for development. Canada. The case of Pere.