การพัฒนาทักษะการอ่านโน้ตสากล โดยใช้กิจกรรมการเรียนตามแนวคิดการเรียนแบบรอบรู้ สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย 1)เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนตามแนวคิดการเรียนแบบรอบรู้ร่วมกับชุดฝึกทักษะการอ่านตัวโน้ตให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2)เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านตัวโน้ตของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ร่วมกับชุดฝึกทักษะการอ่านโน้ตสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 3)เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ร่วมกับชุดฝึกทักษะการอ่านตัวโน้ต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ผู้วิจัยใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 โรงเรียนเซนต์ยอแซฟนครพนม จำนวน 29 คน โดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster random sampling) ใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการอ่านโน้ตสากล โดยใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 12 แผน 12 ชั่วโมง ไม่รวมการทดสอบทักษะการอ่านโน้ตสากลระหว่างเรียนและหลังเรียน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านโน้ตดนตรีสากล 2) แบบฝึกทักษะการอ่านโน้ตสากล สำหรับฝึกทักษะการอ่านโน้ตสากล เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง 1) แบบประเมินทักษะการอ่านโน้ตสากล 2) แบบประเมินทักษะการปฏิบัติเครื่องดนตรี เรื่องการอ่านโน้ตดนตรีสากล และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อทักษะการอ่านตัวโน้ต โดยใช้กิจกรรมการเรียนตามแนวคิดการเรียนแบบรอบรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเซนต์ยอแซฟนครพนม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลจากการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนากิจกรรมการเรียนตามแนวคิดการเรียนแบบรอบรู้ร่วมกับชุดฝึกทักษะการอ่านตัวโน้ตให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 85.86/89.75 2) นักเรียนที่เรียนทักษะการอ่านตัวโน้ตของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ร่วมกับชุดฝึกทักษะการอ่านโน้ตสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ร่วมกับชุดฝึกทักษะการอ่านตัวโน้ต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยมีค่าเฉลี่ยในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.63, S.D.=0.63)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความที่ลงตีพิมพ์ทุกเรื่องได้รับการตรวจทางวิชาการโดยผู้ประเมินอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) สาขาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 3 ท่าน ในรูปแบบ Double blind review
2. ข้อคิดเห็นใด ๆ ของบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นี้เป็นของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
3. กองบรรณาธิการวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ไม่สงวนสิทธิ์การคัดลอกแต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา
เอกสารอ้างอิง
Bloom, B. S. (1976). Human characteristics and school learning (Vol. 59). New York: MCGraw-Hill.
กรกช ไกรรักษ์. (2561). การพัฒนาทักษะการอ่านโน้ตดนตรีสากลระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1.โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม. กรุงเทพมหานคร.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
คมสันต์ วงค์วรรณ์. (2551). ดนตรีตะวันตก. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิระพงษ์ ปะกาโส. (2562). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การเป่าขลุ่ยรีคอร์เดอร์ ตามทฤษฎีของโซลตาน โคดาย. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ณัชชา พันธุ์เจริญ. (2559). ทฤษฏีดนตรี. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เกศกะรัต.
ทศวัตร สุขอาษา. (2561). การพัฒนาทักษะและความสามารถในการอ่านโน้ตดนตรีสากลโดยใช้ชุดการเรียนการสอนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย. กรุงเทพมหานคร.
ทวีศักดิ์ มีนาเขตต. (2561). ชุดการสอนการพัฒนาการอ่านโน้ตดนตรีสากลสำหรับนักเรียนวงโยธวาทิต. โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์.
ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: สำพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภิษัช วรรณกิจ. (2561). การพัฒนาชุดการสอนเรื่องการอ่านโน้ตดนตรีสากล. สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี.
มนัสพงษ์ ภูบาลชื่น. (2557). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เรื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามแนวคิดของโซลตาน โคดาย. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัฒฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
มารียา ปัณณะกิจการ. (2556). การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านโน้ตตามแนวคิดโคดายสำหรับผู้เรียนเปียโนวัยผู้ใหญ่ตอนต้น. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 9 (2),175 -188. สืบค้นจาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/article/view/20320
มนตรี แย้มกสิกร. (2549). เกณฑ์ประสิทธิภาพในงานวิจัยและพัฒนาสื่อการสอน: ความแตกต่าง 90/90 Standard และ E1/E2 วารสารศึกษาศาสตร์, 19 (1),1 -16. สืบค้นจาก https://buuir.buu.ac.th/handle/1234567890/2315?mode=full
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
สิรพิชญ์ สุขสาลี. (2561). การสร้างชุดการสอนเรื่องทักษะการอ่านโน้ตดนตรีสากลในอัตราจังหวะต่าง ๆ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. โรงเรียนวัดอินทาราม.
สุไปรมา ลีลามณี. (2553). ศึกษาความสามารถในการอ่านคำและแรงจูงใจในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ทีปัญหาการเรียนรู้ด้านการอ่าน จากการสอนโดยผสมผสานวิธีโฟนิกส์ (Phonics) กับ วิธีพหุสัมผัส (Multi-Sensory Approach). (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ.
สุธาสินี ถีระพันธ์. (2558). การศึกษาเปรียบเทียบผลการเรียนขับร้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างกลุ่มที่ใช้วิธีสอนซึ่งปรับปรุงจากวิธีสอนดนตรีแบบโคดายกับกลุ่มที่ใช้วิธีสอนปกติ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 50 จังหวัดขอนแก่น. (การศึกษามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.