ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมการใช้เวลาว่างเพื่อพัฒนาตนเอง ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

Main Article Content

วิทยา ยางกลาง
ยุทธนา ไชยจูกุล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมการใช้เวลาว่างเพื่อพัฒนาตนเอง ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ของโรงเรียนในจังหวัดนคราชสีมา จำนวน 40 คน โดยทำการสุ่ม อย่างง่ายเข้ากลุ่มทดลองจำนวน 20 คน และกลุ่มควบคุมจำนวน 20 คน แนวคิดที่ใช้ในโปรแกรมมาจากแนวคิดการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ (Leisure Education theory and practice) ของมันดี้ (Mundy. 1998) และแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้ปัญญาสังคม (Social Cognitive Theory of Learning) ของแบนดูรา ร่วมกับแนวคิดที่ใช้ในการจัดกิจกรรมในโปรแกรม เช่น แนวคิดการตัดสินใจด้วยตัวเอง (Self-Determination Theory) และแนวคิดการลื่นไหล (Flow Theory) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามซึ่งถามเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้เวลาว่าง ซึ่งมีลักษณะเป็นมาตรวัดประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ระหว่าง .701 – .857 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ สถิติทั่วไป ความแปรปรวนร่วมหลายตัวแปร (MANCOVA)  เพื่อใช้วัดพฤติกรรมการใช้เวลาว่าง และการพัฒนาตนเอง ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมการใช้เวลาว่างเพื่อพัฒนาตนเอง จะมีพฤติกรรมการใช้เวลาว่าง และมีการพัฒนาตนเอง สูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01)

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). สภาวการณ์การจัดการเรียนรู้เชิงพื้นที่ในบริบทประเทศไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ปัญจนาฏ วรวัฒนชัย. (2563). พฤติกรรมที่เป็นปัญหาของสังคม. วารสารสารสนเทศ, 19(2), 1-16.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2561). รายงานประจำปี 2561สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. กรุงเทพฯ : มปท.

Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Englewood Cliffs: Prentice-Hall.

Byrne, Tina ; et al. (2006). Free-time and leisure needs of young people living in disadvantaged communities. Dublin : Children’s Research Centre, Trinity College. Dublin & Combat Poverty Agency.

Caldwell Linda L. ; et al. (2010). Influencing Adolescent Leisure otivation:Understanding leisure-related program effects. HealthWise South Africa project. Journal of Park and Recreation Administration. 32(2), 146–162.

Caldwell, Linda L, & Witt Peter A. (2011). Leisure, recreation, and play from a developmental context. USA : The Pennsylvania State University.

Darling, N., & Caldwell, L. (2005). Participation in school-based Extracurricular activities and adolescent adjustment. Journal of Leisure Research, 37(1), 51-77.

Hutchinson S. (2012). Leisure Education: A New Goal for An Old Idea Whose Time Has Come. Pedagogía Social, 19(1), 127-139.

Mundy, J. (1998). Leisure Education. Champaign. Illinois. USA : Sagamore Publishing LLC.