แนวทางการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดอยปู่หมื่น ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดอยปู่หมื่น ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดอยปู่หมื่น 2) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดอยปู่หมื่น กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ 1) กลุ่มสมาชิกโฮมสเตย์ จำนวน 10 คน 2) กลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรดอยปู่หมื่น จำนวน 10 คน 3) กลุ่มเกษตรกร 10 คน ที่แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการ การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ซ้ำกัน รวมทั้งสิ้น 30 คน เครื่องมือในการทำงานวิจัย ได้แก่ แบบฟอร์มสำรวจ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และการเข้าร่วมสังเกตการณ์ คณะผู้วิจัยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา นำเสนอข้อมูลด้วยวิธีการพรรณนา ส่วนข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ใช้วิธีการวิเคราะห์แบบอุปนัย โดยนำข้อมูลมาเรียบเรียงและจำแนกอย่างเป็นระบบ
ผลของการวิจัยพบว่า ศักยภาพชุมชนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดอยปู่หมื่น ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในระดับดีมาก (ร้อยละ 74.42) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านศักยภาพการดึงดูดใจของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อยู่ในระดับดีเยี่ยม (ร้อยละ 81.25) รองลงมาคือ ด้านศักยภาพการรองรับของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อยู่ในระดับดีมาก (ร้อยละ 80.77) ด้านศักยภาพการบริหารจัดการของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อยู่ในระดับดีมาก (ร้อยละ 72.22) ด้านศักยภาพการจัดการตลาดของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อยู่ในระดับดี (ร้อยละ 68.75) และด้านศักยภาพการให้บริการของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 60.00) ส่วนแนวทางการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรดอยปู่หมื่น ควรมีการพัฒนาด้านการตลาดเป็นลำดับแรก โดยต้องให้ความสำคัญในการสำรวจหรือวิจัย หรือหาข้อมูลการตลาดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวในเชิงกิจกรรมการตลาดกับภาคีที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ อันจะนำไปสู่การประชาสัมพันธ์กิจกรรมหรือประเด็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชน ซึ่งมีเอกลักษณ์ หรืออัตลักษณ์ที่น่าดึงดูดใจ จากนั้นจัดทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่จะเข้ามาดูแลนักท่องเที่ยว ทั้งการบริการข้อมูล ความรู้ด้านการเกษตร การบริการสินค้าและห้องพัก รวมถึงการรับส่งนักท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจและกลับมาท่องเที่ยวซ้ำอีกครั้ง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความวิจัยนี้เป็นของลิขสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
กรมการท่องเที่ยว. (2557). คู่มือการตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร. (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.
กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา. (2560). รายงานภาวะเศรษฐกิจท่องเที่ยว. (ออนไลน์). จาก https://www.mots.go.th/ewt_dl_link.php?nid=8404
เกษราพร ทิราวงศ์ และอำนวยพร ใหญ่ยิ่ง. (2554). การศึกษาการพัฒนาศักยภาพชุมชนบ้านแม่แรม ตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ด้วยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน. รายงานผลการวิจัยมหาวิทยาลัยแม่โจ้. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
จิระวัฒน์ อนุวิชชานนท์ และศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2555). การบริหารการโฆษณาและการสื่อสาร การตลาดแบบบูรณาการ. นนทบุรี: ธรรมสาร
ดรุณ ไกรศรี. (2554). แนวคิดและทฤษฏีศักยภาพของบุคคล. จุลสารการท่องเที่ยว: กรุงเทพมหานคร.
นันทิยา หุตานุวัตร. (2546). SWOT การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจชุมชน: คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา. (ออนไลน์). จาก http://www.jit-jai-.blogspot.com/2007/08/swot. html
นาฏสุดา เซมนะสิริ. (2555). การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: สาขาส่งเสริมและธุรกิจเกษตร คณะเกษตรและชีวภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม.
นิออน ศรีสมยง. (2552). แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ราณี อิสิชัยกุล. (2556). แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตร. เอกสารการสอนชุดวิชาการ
วรรณวิมล ภู่นาค. (2558). ศักยภาพชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน: กรณีศึกษาตลาดน้ำอัมพวา. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 26(1), 63-74.
วิวัฒน์ชัย บุญยภักดิ์. (2536). สรุปปัญหาและการป้องกันแก้ไขผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพมหานคร. จัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตร หน่วยที่ 1-7. นนทบุรีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย. (2543). การศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนา และการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม. กรุงเทพฯ : ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย.
สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว. (2557). คู่มือการประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร. กรุงเทพมหานคร.
อดิเทพ ครุฑธามาศ. (2562). ศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย. การจัดการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ครั้งที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2561. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม. วันที่ 6 มิถุนายน. 306.
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. (2553). การท่องเที่ยวโดยชุมชน (COMMUNITY - BASED TOURISM). (ออนไลน์). จาก http://www.dasta.or.th/th/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%97/item/674-674
Berry, L., & Parauraman, A., (1991). Perceived Service Quality as a Customer-Based Performance Measure: An Empirical Examination of Organizational Barriers Using an Extended Service Quality Model. Human Resource Management, 30(3), 335-364.
Gronroos, C.. (1990). Service Management and Marketing: Managing the Moments of Truth Service Competition. Lexington, MA: Lexington Books.