Login or Register to make a submission.

As part of the submission process, authors are required to check off their submission's compliance with all of the following items, and submissions may be returned to authors that do not adhere to these guidelines.

  • The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).
  • The submission file is in OpenOffice, Microsoft Word, RTF, or WordPerfect document file format.
  • Where available, URLs for the references have been provided.
  • The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
  • The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines, which is found in About the Journal.
  • If submitting to a peer-reviewed section of the journal, the instructions in Ensuring a Blind Review have been followed.

การเตรียมต้นฉบับสำหรับบทความวิจัย

            รับตีพิมพ์ผลงานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทความภาษาไทยใช้ตัวอักษร Angsana New ขนาด 14 จุด บทความภาษาอังกฤษใช้ตัวอักษร Time New Roman ขนาด 12 จุด เว้นขอบทุกด้าน 1.0 นิ้ว 

  • บทความวิจัย (Research Article)  ประมาณ  10-25 หน้าต่อบทความ
  • บทความทางวิชาการ (Academic Article)  ประมาณ  10-25 หน้าต่อบทความ
  • บทความปริทัศน์ (Article Review)  ประมาณ  10-25 หน้าต่อบทความ

ส่วนประกอบของบทความ

            1. บทความวิชาการ

            หัวข้อและเนื้อหาควรชี้ประเด็นที่ต้องการนำเสนอให้ชัดเจนและมีลำดับ เนื้อหาที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ชัดเจน รวมถึงมีการใช้ทฤษฎีวิเคราะห์และเสนอแนะประเด็นอย่างสมบูรณ์ โดยควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (สามารถมีหัวข้อหรือองค์ประกอบที่แตกต่างได้)

  1. ชื่อเรื่อง (Title)
  2. บทคัดย่อ (Abstract) สรุปเนื้อหาของบทความให้ได้ใจความชัดเจน และควรมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเขียนเป็นภาษาไทยก่อน ความยาวไม่เกิน 15 บรรทัด
  3. คำสำคัญ (Keyword) ระบุคำที่เป็นคำสำคัญของเนื้อหาเหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นคำค้นในระบบฐานข้อมูล
  4. บทนำ (Introduction) เป็นส่วนแนะนำและปูพื้นเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านทราบข้อมูลเบื้องต้นของเนื้อหารวมทั้งระบุ ถึงขอบเขตเนื้อหาของบทความ
  5. เนื้อหา (Body of Text) เป็นส่วนหลักของเนื้อหาบทความ มีการแบ่งประเด็นออกเป็นเรื่องย่อย ๆ และมีการจัดเรียงลำดับเป็นหัวข้อตามรายละเอียดของเนื้อหา
  6. สรุป (Conclusion) เป็นการสรุปเนื้อหาในบทความทั้งหมดออกมาอย่างชัดเจน และกระชับโดยมีการสรุป ปิดท้ายเนื้อหาที่เราได้นำเสนอไปแล้ว่ามีผลดี หรือผลเสียอย่างไร
  7. เอกสารอ้างอิง (Reference) เขียนบรรณานุกรมในรูปแบบ APA (American Psychological Association)

            2. บทความวิจัย

            ควรมีการนำเสนอผลการวิจัยที่ได้รับอย่างเป็นระบบ โดยควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (สามารถมีหัวข้อหรือองค์ประกอบที่แตกต่างได้)

  1. ชื่อเรื่อง (Title) ชื่อเรื่องควรมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยพิมพ์ชื่อเรื่องเป็นภาษาไทยและตาม ด้วยชื่อเรื่องภาษาอังกฤษในบรรทัดต่อมา
  2. บทคัดย่อ (Abstract) ควรมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเขียนเป็นภาษาไทยก่อน ความยามไม่เกิน 15 บรรทัด (การเขียนบทคัดย่อ คือ การสรุปสาระสำคัญของเรื่องโดยเฉพาะวัตถุประสงค์ วีธีการ และผลการวิจัย)
  3. คำสำคัญ (Keyword) ระบุคำที่เป็นคำสำคัญของเนื้อหาเหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นคำค้นในระบบฐานข้อมูล
  4. บทนำ (Introduction) เป็นการอธิบายถึงที่มาและความสำคัญของปัญหา และเหตุผลที่นำไปสู่การวิจัยมีข้อมูล ทางวิชาการสนับสนุนหรือโต้แย้ง รวมถึงแนวคิดและทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง
  5. วัตถุประสงค์ (Research Objectives) ระบุถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวิจัย
  6. แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (Literature Review) สรุปแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยสู่กรอบแนวคิดและอภิปรายผล
  7. วิธีการวิจัย (Research Methodology) อธิบายถึงกระบวนการดำเนินการวิจัยอย่างละเอียดและชัดเจน
  8. ผลการวิจัย (Results) เสนอผลการวิจัยที่ตรงประเด็นตามลำดับขั้นของการวิจัย การใช้ตารางหรือแผนภูมิไม่ ควรเกิน 5 ตารางหรือแผนภูมิโดยมีการแปลความหมายและวิเคราะห์ผลที่ค้นพบอย่างชัดเจน
  9. อภิปรายผลการวิจัย (Discussion) ผสมผสานเปรียบเทียบและตีความผลการวิจัยให้เข้ากับหลักทฤษฎี แนวคิด และ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเชื่อมโยงผลการวิจัยให้สอดคล้องกับประเด็นปัญหาการวิจัย
  10. สรุป (Conclusion) สรุปสาระสำคัญของผลการวิจัย และให้ข้อเสนอแนะที่จะนำผลการวิจัยนั้นไปใช้ ประโยชน์
  11. เอกสารอ้างอิง (Reference) เขียนบรรณานุกรมในรูปแบบของ APA (American Psychological Association)

 

รายละเอียดของประเด็นของบทความ

         ชื่อเรื่อง ควรกะทัดรัด ไม่ยาวจนเกินไป

         ชื่อผู้เขียน ระบุชื่อเต็ม-นามสกุลเต็ม (ไม่ต้องมีคานาหน้าชื่อ) ชื่อหน่วยงาน และที่อยู่ ของผู้เขียนครบทุกคน และสำหรับผู้เขียนที่ให้การติดต่อ ให้ลงเครื่องหมายดอกจัน (*) กำกับด้วย

         บทคัดย่อ มีความยาวไม่เกิน 300 คำ โดยต้องสรุปประเด็นสำคัญทั้งหมดที่มีในบทความ เช่น วัตถุประสงค์ วิธีการ และผลลัพธ์ที่สำคัญ (ทั้งบทความภาษาไทย และบทความภาษาอังกฤษ จะต้องมีชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน และบทคัดย่อ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให้ภาษาอังกฤษขึ้นก่อน)

         คำสำคัญ ให้มีคำสำคัญเป็นภาษาอังกฤษ 4-6 คำ

         รูปภาพ รูปภาพให้วางภาพใกล้ตำแหน่งที่อ้างถึงในบทความ โดยพิมพ์ชื่อ และลาดับที่อยู่ด้านล่างของรูปภาพ หมายเลขรูปภาพให้เป็นเลขอารบิก และรูปภาพควรมองเห็นชัดเจนเมื่อบทความถูกพิมพ์ด้วย เครื่องพิมพ์ขาว-ดา

         ตาราง ตารางให้วางตารางใกล้ตำแหน่งที่อ้างถึงในบทความ โดยพิมพ์ชื่อ ลาดับที่ คาบรรยาย และรายละเอียด ต่าง ๆ อยู่ด้านบนของตาราง และหมายเลขตารางให้เป็นเลขอารบิก

         กิตติกรรมประกาศ (ถ้ำมี) เพื่อแสดงความขอบคุณแก่ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือในการวิจัยและเตรียมเอกสาร

         เอกสารอ้างอิง รายชื่อเอกสารที่ใช้เป็นหลักในการค้นคว้าวิจัย ที่ได้ตรวจสอบเพื่อนามาเตรียมรายงานและมีการอ้างถึง จัดเรียงลาดับตามตัวอักษร นาโดยกลุ่มเอกสารภาษาไทย ทุกการอ้างอิงที่ปรากฏในเนื้อหาจะ

         การอ้างเอกสารในเนื้อเรื่องของบทความ (In-text Citations) ให้ใช้รูปแบบ ดังต่อไปนี้

                        วิโรจน์ อรุณมานะกุล (2545) กล่าวว่า...

                        จารุพร พงศ์ศรีวัฒน์ และ ประภาวดี สืบสนธิ์ (2534) พบว่า...

                        พิษณุ จงสถิตวัฒนา, เอกชัย ชัยประเสริฐสิทธิ และอัจจิมา จันทรทิพย์ (2528) ได้สรุปเกี่ยวกับ...(การอ้างอิงครั้ง แรกในเนื้อความ)

                        พิษณุ จงสถิตวัฒนา และคนอื่น ๆ (2528) พบว่า... (การอ้างอิงครั้งต่อมา)

                        ประเวศ วะสี (2528 อ้างถึงใน ยศ สันติสมบัติ, 2539, หน้า 12)

         การเขียนเอกสำรอ้างอิง (References) จะขึ้นอยู่กับประเภทของเอกสารที่นามาอ้างอิง โดยมีรูปแบบ ดังต่อไปนี้

         บทความวารสาร

                        ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร ปีที่หรือเล่มที่ (ฉบับที่): เลขหน้า.

                        ประภาวดี สืบสนธิ์. (2546). คุณภาพการบริการในสถาบันบริการสารสนเทศอุดมศึกษา.

         บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ มข. 21 (3): 1-17.

                        Poll, R. (2001). Performance, process and costs : Managing service quality with balanced scorecard. Library Trends 49 (4): 709-717.

         หนังสือ

                        ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์ (ถ้ามี). สถานที่พิมพ์: สานักพิมพ์.

                        ประภาวดี สืบสนธิ์. (2543). สารสนเทศในบริบทสังคม. กรุงเทพฯ: สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย.

                        Greenspan, J. and Bulger, B. (2001). MySQL/PHP database application. New York: M&T Books.

         บทความจากหนังสือ

                        ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีพิมพ์). ชื่อบทความหรือชื่อบท. ใน ชื่อบรรณาธิการ (บรรณาธิการ).   ชื่อหนังสือ (หน้า).

                        ครั้งที่พิมพ์ (ถ้ามี). สถานที่พิมพ์: สานักพิมพ์.

                        สุจิน บุตรดีสุวรรณ. (2538). การสร้างความประทับใจในการบริการ ใน รายงานการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง การสร้างความประทับใจในงำนบริการสารนิเทศยุคใหม่ (หน้า 62-67). กรุงเทพฯ: กองบริการคำสอนและสิ่งพิมพ์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.

                        Rheingold, H. (1994). A Slice of life in my virtual community. In L. Harasim (Ed.). Global networks: Computers and international communication (pp. 57-80).                  Cambridge, MA: MIT Press.

         ข้อมูลที่สืบค้นได้จากอินเทอร์เน็ต

                        ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อเรื่อง [ออนไลน์/On-line]. ได้จาก: หรือ Available: แหล่งที่ปรากฏข้อมูล

                        สมชาย นาประเสริฐชัย. (2546). เทคโนโลยีกับการจัดการความรู้ [ออนไลน์]. ได้จาก:

                        https://www.ku.ac.th/e-magazine/june46/it/knowledge.html

                        Thomas, B. (2003). Lifelong learning in libraries with limited resource [On-line]. Available: https://www.ifla.org/IV/ifla69/papers/205e-Thomas.pdf