การปรับตัวทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ม้งกับธุรกิจการท่องเที่ยว : กรณีศึกษา บ้านหนองหอยเก่า บ้านหนองหอยใหม่ และ บ้านปางไฮ ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
DOI:
https://doi.org/10.14456/rcmrj.2020.194086คำสำคัญ:
วัฒนธรรมดนตรี, ดนตรีชาติพันธุ์วิทยาบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเรื่อง การปรับตัวทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ม้งกับธุรกิจการท่องเที่ยว : กรณีศึกษา บ้านหนองหอยเก่า บ้านหนองหอยใหม่ และบ้านปางไฮ ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่เป็นงานวิจัยประยุกต์ โดยใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า พื้นที่ศึกษายังคงมีการสืบทอดวัฒนธรรม เช่น การแต่งกาย การบรรเลงดนตรี การละเล่น วัฒนธรรมการกินอาหาร วิถีชีวิตของคนพื้นที่ศึกษา มีการปรับตัวจากสังคมเกษตรกรรมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ส่งเสริมการประกอบธุรกิจเพื่อการท่องเที่ยว การค้าขายของที่ระลึก การจัดแสดงวัฒนธรรม การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว
กลุ่มชาติพันธุ์ม้งในพื้นที่ศึกษาดำรงรักษาสืบทอดวัฒนธรรมด้านดนตรี พบว่า มีเครื่องดนตรี เค่ง ตร้าบล่าย เพลงร้องกื่อเซี้ย เพลงร้องพิธีแต่งงาน และเพลงสวดในพิธีศพ บทเพลงที่บรรเลงจากเครื่องดนตรี มีรูปแบบโครงสร้างที่ซับซ้อนไม่มีจังหวะตายตัว ช่วงเสียงของบทเพลงจากเครื่องดนตรีเค่งจากเสียงต่ำสุด โดยส่วนมากสูงกว่า 1 ช่วงเสียง ระบบเสียงของเค่งมีความใกล้เคียงกับระบบเสียงแบบ Pentatonic ของทางทฤษฎีดนตรีตะวันตก บทเพลงไม่มีรูปแบบจังหวะที่ชัดเจนตายตัว
การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมดนตรีและการแสดงเพื่อเข้าสู่การท่องเที่ยวของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ศึกษาจึงมีการรื้อฟื้นองค์ความรู้ดนตรีโดยการส่งเสริมกิจกรรมดนตรีแก่ชุมชน สร้างจิตสำนึกความเป็นชาติพันธุ์ม้ง ให้ชาวม้งตระหนักถึงวัฒนธรรมทุกด้าน การส่งเสริมดนตรีเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนในระดับโรงเรียน โดยการสอดแทรกในสาระของหลักสูตรท้องถิ่น ผู้เรียนจะเข้าใจเกี่ยวกับเสียงดนตรี เสียงร้อง เครื่องดนตรี และบทบาทหน้าที่ รู้ถึงการเคลื่อนที่ขึ้น ลง ของทำนองเพลง องค์ประกอบของดนตรี ศัพท์สังคีตในบทเพลง การใช้สื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับดนตรีกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อการส่งเสริมดนตรีท้องถิ่นในหลักสูตรดนตรีอีกทางหนึ่งทั้งนี้เป็นการส่งเสริมที่ให้ผู้เรียน และผู้สนใจได้เห็นภาพที่ชัดเจน มีตัวอย่างเชิงประจักสามารถนำสื่อมาพัฒนาต่อยอดด้วยตนเองได้
Downloads
เอกสารอ้างอิง
ธนพชร นุตสาระ. (2560). หน่อซื่อแหล่ะ เครื่องดนตรีลาหู่. วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่, 18(2), 22-35.
นิรุตร์ แก้วหล้า. (2557). การศึกษาเครื่องดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ในเขตพื้นที่โครงการหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่, 16(1), 44-55.
ปรานี วงษ์เทศ. (2530). “ความเชื่อของชาวอีสาน”, ใน วัฒนธรรมพื้นบ้าน : คติความเชื่อ. กรุงเทพมหานคร:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยงยุทธ ธีรศิลป์. (2538). เจ็ดทศวรรษ: ราชภัฎเชียงใหม่กับสืบสานวัฒนธรรม. เชียงใหม่: สถาบันราชภัฎเชียงใหม่.
รัฐสินธุ์ ชมสูง. (2560). วงสะล้อ ซอ ปิน ของครูอรุณศิลป์ ดวงมูล. วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่, 18(2), 6-20.
สุกรี เจริญสุข. (2530). ดุริยางคศาสตร์ชาติพันธุ์. วารสารถนนดนตรี, 1(12), 38- 41.
อนรรฆ จรัณยานนท์. (2548). เอกสารประกอบการสอนวิชาการวิเคราะห์ดนตรีสากล. วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
Hornbostel, V., Sachs, C. (1940). The history of musical instruments [by] Curt Sachs . New York, W.W. Norton & company, inc.
Merriam, A., P. (1964). Anthropology of music. Chicago: University Press.
Myers, H. (1992). Ethnomusicology An Introduction. W.W.Norton & Company: Inc.Center.
Nettl, B. (1972). Music in Primitive Culture. London: Oxford University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน “Community and Social Development Journal” ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ Community and Social Development Journal มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และเพื่อให้เผยแพร่บทความได้อย่างเหมาะสมผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ ผู้เขียนยังคงถือครองลิขสิทธิ์บทความที่ตีพิมพ์ภายใต้ใบอนุญาต Creative Commons Attribution (CC BY) ซึ่งอนุญาตให้เผยแพร่บทความซ้ำในแหล่งอื่นได้ โดยอ้างอิงต้องอ้งอิงบทความในวารสาร ผู้เขียนต้องรับผิดชอบในการขออนุญาตผลิตซ้ำเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์จากแหล่งอื่น
2. เนื้อหาบทความที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ



