รูปแบบและมาตรฐานในการสอบสวนเด็กและเยาวชนในชั้นพนักงานสอบสวน เพื่อความถูกต้อง รวดเร็วและเป็นธรรม
DOI:
https://doi.org/10.14456/rcmrj.2020.235713คำสำคัญ:
การสอบสวน, เด็กและเยาวชน, ในชั้นพนักงานสอบสวนบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสกัดองค์ความรู้และวิธีการปฏิบัติของพนักงานสอบสวนในการสอบสวนเด็กและเยาวชนที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ 2) จัดทำคู่มือการสอบสวนเด็กและเยาวชนให้แก่พนักงานสอบสวนในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไว้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการใช้การสัมภาษณ์เจาะลึกกับประชากรกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ และที่ปรึกษากฎหมาย จำนวน 95 คน และสนทนากลุ่ม จำนวน 20 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา
ผลการศึกษาพบว่า 1) รูปแบบและมาตรฐานในการสอบสวนที่ถูกต้อง พนักงานสอบสวนดำเนินการได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดทุกขั้นตอนและมีเอกสารประกอบครบถ้วนในแต่ละฐานความผิด 2) รูปแบบและมาตรฐานในการสอบสวนที่รวดเร็ว พนักงานสอบสวนต้องทำให้เด็กและเยาวชนอยู่ในกระบวนการยุติธรรมต้องใช้เวลาน้อยที่สุด ซึ่งในแต่ละคดีย่อมมีความยากง่ายแตกต่างกัน ไม่มีรูปแบบแน่ชัดตายตัว และ 3) รูปแบบและมาตรฐานในการสอบสวนที่เป็นธรรม พนักงานสอบสวนต้องกระทำอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใสตรวจสอบได้ ปราศจากอคติ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกันไม่เลือกปฏิบัติและถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช้วิธีการทารุณ ทรมาน ขู่เข็ญหรือหลอกลวง หรือโน้มน้าวจิตใจให้ปฏิบัติตามแต่อย่างใด
สำหรับคู่มือการสอบสวนเด็กและเยาวชนนี้ ผู้วิจัยได้นำเอาองค์ความรู้ที่ได้มาพัฒนาเป็นคู่มือสำหรับใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติ ให้ง่ายต่อการเรียนรู้และปฏิบัติ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
ณัฐนันท์ ทองทรัพย์. (2558). ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายการดำเนินคดีเด็กและเยาวชนในคดีอาญาศึกษาเฉพาะพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 1(1), 32-41.
วารุณี จันทร์ทอง. (2556). มาตรการในการสอบสวนเด็กและเยาวชนซึ่งกระทำผิดอาญาตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรุงเทพมหานคร.
วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล. (2540). มาตรฐานการปฏิบัติต่อเด็กที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด. บทบัณฑิตย์. 53(4), 116-122.
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. (2557). แนวทางปฏิรูปประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สมัย ศิริทองถาวร. (2541). ปัญหาพฤติกรรมทางสังคมและเชาว์ปัญญาเด็กและเยาวชนสถานแรกรับในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนภาคเหนือ. เชียงใหม่: ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการเด็กภาคเหนือ.
สมชัย หิรัญญะวณิชย์. (2557). คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.
สุมนทิพย์ จิตสว่าง และ ปิยะพร ตันณีกุล. (2560). การประเมินผลการดำเนินงานของกระบวนการยุติธรรมตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553. วารสารสังคมศาสตร์, 47(1), 171-192.
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2560). ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 63/2557 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2557 เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของรัฐ. สืบค้นจาก https://library2.parliament.go.th /giventake/ncpo.html
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2560). พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553. สืบค้นจาก https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=764847&ext=htm
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2560). ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา. สืบค้นจาก https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=570066&ext=htm
Nonaka, I. and Takeuchi, H. (1995). The Knowledge-Creating Company: How Japanese Companies Create the Dynamics of Innovation. New York, Oxford: Oxford University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน “Community and Social Development Journal” ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ Community and Social Development Journal มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และเพื่อให้เผยแพร่บทความได้อย่างเหมาะสมผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ ผู้เขียนยังคงถือครองลิขสิทธิ์บทความที่ตีพิมพ์ภายใต้ใบอนุญาต Creative Commons Attribution (CC BY) ซึ่งอนุญาตให้เผยแพร่บทความซ้ำในแหล่งอื่นได้ โดยอ้างอิงต้องอ้งอิงบทความในวารสาร ผู้เขียนต้องรับผิดชอบในการขออนุญาตผลิตซ้ำเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์จากแหล่งอื่น
2. เนื้อหาบทความที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ



