วัฒนธรรมองค์การและความผูกพันต่อองค์การที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตภาคเหนือของประเทศไทย

Main Article Content

นรุตต์ ทรงฤทธิ์

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาระดับวัฒนธรรมองค์การ ความผูกพันต่อองค์การ และประสิทธิผลโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตภาคเหนือของประเทศไทย (2) เพื่อศึกษาระดับความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์การ ความผูกพันต่อองค์การ และประสิทธิผลโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตภาคเหนือของประเทศไทย และ (3) เพื่อศึกษาระดับอิทธิพลของปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์การและความผูกพันต่อองค์การที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตภาคเหนือของประเทศไทยโดยการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง ประชากร คือข้าราชการครู 76,906 คน จากโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตภาคเหนือ จำนวน 6,410 แห่ง กลุ่มตัวอย่าง คือ ข้าราชการครู 1,810 คน จากโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตภาคเหนือ จำนวน 362 แห่ง ด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) โดยสุ่มโรงเรียนตามจังหวัดทั้ง 17 จังหวัด กำหนดขนาดจำนวนตัวอย่างของแต่ละจังหวัดโดยใช้สัดส่วน แจกแบบสอบถามให้โรงเรียนละ 5 ชุด รวมทั้งสิ้น 1,810 ชุด ได้รับแบบสอบถามกลับมา จำนวน 1,366 ชุด จากโรงเรียน 284 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 80.77 กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามกลับมาในครั้งนี้ได้แก่ ข้าราชการครูที่มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนจำนวน 140 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียนจำนวน 40 คนและครูปฏิบัติการรวมจำนวน 1,186 คน รวมทั้งสิ้น 1,366 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 6 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (r) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Lisrel 8.80 ผลการวิจัยพบว่า  (1) ระดับวัฒนธรรมองค์การ ความผูกพันต่อองค์การและประสิทธิผลโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตภาคเหนือของประเทศไทยอยู่ในระดับมาก (2) วัฒนธรรมองค์การและประสิทธิผลโรงเรียนมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อกันในระดับสูงมากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.976, p< .01) ความผูกพันต่อองค์การและประสิทธิผลโรงเรียนมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อกันในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.597, p<.01) และวัฒนธรรมองค์การและความผูกพันต่อองค์การมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อกันในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.553, p< .01) และ (3) วัฒนธรรมองค์การมีอิทธิพลต่อประสิทธิผลโรงเรียนในระดับสูงมากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (DE=0.930, p< .01) และความผูกพันต่อองค์การมีอิทธิพลต่อประสิทธิผลโรงเรียนในระดับต่ำมาก ๆ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (DE=0.083, p< .05) วัฒนธรรมองค์การและความผูกพันต่อองค์การสามารถร่วมกันทำนายความผันแปรของประสิทธิผลโรงเรียนได้ในระดับสูงมากถึงร้อยละ 95.70 (R2=0.957) โดยตัวแบบสมการโครงสร้างมีค่าดัชนีความเหมาะสม χ2=164.043, χ2/df=4.971, RMSEA=0.118, CFI=0.980, NNFI=0.966, SRMR=0.033

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

บท
บทความวิจัย
Author Biography

นรุตต์ ทรงฤทธิ์, สาขาการบริหารการพัฒนาองค์การ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา

นักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการพัฒนาองค์การ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา

References

เด่นณรงศ์ ธรรมมา. (2557). วัฒนธรรมองค์กรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านการบริหาร องค์การบริหารส่วนตำบล. วารสารราชภัฎเพชรบูรณ์สาร. 16(2), 18-30.

บัณฑิต ผังนิรันดร์. (2549). อิทธิพลของลักษณะองค์การ นโยบายการบริหารและการปฏิบัติงานสภาพแวดล้อมการทำงานภายในองค์การ แรงจูงใจในการทำงาน ความพึงพอใจในงานและความผูกพันต่อองค์การที่มีประสิทธิผลของ

มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา. ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต (การอุดมศึกษา), สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

เบญจวรรณ พัชรพงศ์พรรณ และณัฐแก้ว ข้องรอด. (2555). ปัจจัยที่มีผลต่อความผูกพันองค์กรของพนักงาน บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด. วารสารราชภัฎเพชรบูรณ์สาร. 14(1), 64-69.

ประเสริฐ บัณฑิศักดิ์. (2540). การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลองค์การของหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาบริหารการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พงษ์เทพ จันทสุวรรณและคณะ. (2555, กรกฏาคม-ธันวาคม). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมองค์การ แห่งการเรียนรู้และประสิทธิผลของหน่วยงานในสถานีตำรวจนครบาล: การวิเคราะห์เส้นทาง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา. 1(1), 17-34.

พรชัย เชื้อชูชาติ. (2546). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การโรงเรียนกับประสิทธิผลของโรงเรียนเทศบาลในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา.

พวงทิพย์ มั่งคั่ง. (2543). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมโรงเรียนกับประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 12. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา.

วิรุณ อินทร์สิงห์ทอง. (2556). คุณภาพชีวิตการทำงาน ความพึงพอใจในงานและความผูกพันต่อองค์การที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการพัฒนาองค์การ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา.

สำนักงานรองรับมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.). (2558). ข่าวการศึกษา. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.iqnewsclip.com/selection/onesqa.htm/(วันที่ค้นข้อมูล 20 กุมภาพันธ์ 2558).

สุทธิพงศ์ ยงค์กมล. (2543). การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุวะนิต สุระสังข์. (2554). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมโรงเรียนกับประสิทธิผลของโรงเรียนในจังหวัดชลบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา.

อดิศร ร่มสนธิ์. (2542). ความผูกพันและประสิทธิผลขององค์การ : ศึกษาเฉพาะกรณีข้าราชการสำนักงบประมาณ. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

Allen, N.J. & Mayer, J.P. (1990). The measurement and antecedents of affective, continuance and normative commitment to the organization. Journal of Occupation Psychology. 63.

Allen, N.J. & Mayer, J.P. (1991). A three-component conceptualization of organizational commitment: Some methodological Considerations. Human Resource Management Review. 1, 61-98.

Best, J.W. (1977). Research in education. 3rd ed. New Jersey: Prentice Hall.

Bollen, K.A. & Long, J.S. (1993). Introduction in K.A. Bollen & L.S. Long. Testing structural equation models. Thousand Oaks. CA: Sage.

Denison, D.R. (1990). Corporate culture and organizational effectiveness. New York: John Wiley & Sons.

Denison, D.R. & Mishra, A. K. (1995). Toward a theory of a organizational culture and effectiveness. Organization Science. 6 (2), 204-233.

Denison, D.R., Cho, H. & Young, J. (2000). Diagnosing organizational cultures: Validating a model and method. Unpublished Manuscript, University of Michigan Business School. Ann Arbor, MI.: Aviat.

Diamantopoulos, A. & Siguaw, J. A. (2000). Introducing LISREL: A guide for the uninitiated. Thousand Oaks, CA: Sage.

Hu, L., & Bentler, P.M. (1999). Cutoff criteria for fit indexes in covariance structure analysis: Conventional criteria versus new alternatives. Structural Equation Modeling. 6, 1-55.

Leech, N.L., Barrett, K.C. & Morgan, G.A. (2005). SPSS for intermediate statistics: Use and interpretation. 2nd ed. Mahwah, NJ: Lawrence Erlbaum.

Kanter, R.M. (1986). Commitment and social organization: A study of commitment mechanisms in utopian communities. American Sociological Review. 33(4), 499-517.

MacCallum, R.C., Browne, M.W. & Sugawara, H.W. (1996). Power analysis and determination of sample size for covariance structure modeling. Psychological Methods. 1, 130-149.

Marquardt, M. (2002). Building the learning organization. 2nd ed. Palo Alto, CA: Davies-Black Publishing.

Quinn, R. E., & Rohrbaugh, J. (1983). A spatial model of effectiveness criteria: Toward a competing values approach to organizational analysis. Management Science. 29, 363-377.

Robbins, S.P. & Coulter, M. (2012). Management. 11sted. New York: Pearson Prentice Hall.

Robbins, S.P. & Judge, T.A.. (2009). Organizational behavior. 13rded. New York: Pearson Prentice Hall.

Schermelleh-Engel, K., Moosbrugger, H. & Muller, H. (2003). Evaluating the fit of structural equation models: Test of significance and descriptive goodness-of-fit measures. Methods of Psychological Research Online 2003. 8(2), 23-74.

Sergiovanni, T. (1988). Leadership: What is in it for school?. Bowker: Taylor & Francis Group.

Steers, R. M. (1975). Problems in the measurement of organizational effectiveness. Administrative Science Quarterly. 20, 546-558.

Wang, L., Fan, X. & Willson, V.L. (1996). Effects of nonnormal data on parameter estimates and fit indices for a model with latent and manifest variables: An empirical study. Structural Equation Modeling. 3(3), 228-247.

Wheaton, B., Muthen, B., Alwin, D.F. & Summers, G. (1977). Assessing reliability and stability in panel models. (Determining model fit) Sociological Methodology. 8(1), 84-136.