บทบรรณาธิการ

วารสารรัชต์ภาคย์ (Rajapark Journal) ปีที่ 20 ฉบับที่ 66 มกราคม – มีนาคม 2569 เป็นวารสารวิชาการในเครือสถาบันรัชต์ภาคย์ ได้รับการรับรองคุณภาพวารสารวิชาการจากศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย Thai-Journal Citation Index Center: TCI เป็นวารสารกลุ่มที่ 2 (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) ระหว่างปี พ.ศ. 2568-2572

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่รุดหน้าอย่างก้าวกระโดด สังคมไทยกำลังเผชิญกับพลวัตของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัญหา การหลอกลวงออนไลน์ (Online Scams) และ วิศวกรรมสังคม (Social Engineering) ซึ่งมิได้เป็นเพียงช่องโหว่ทางเทคโนโลยี หากแต่เป็นการจู่โจม “ปัจจัยมนุษย์” ผ่านกลไกทางจิตวิทยาที่แยบยล ปรากฏการณ์ดังกล่าวมิได้จำกัดขอบเขตอยู่เพียงความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่ยังส่งผลกระทบเชิงลึกต่อเสถียรภาพทางจิตใจของปัจเจกบุคคล และสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อระบบโครงสร้างทางสังคมและกฎหมายของประเทศ

ในวารสารฉบับนี้ ได้นำเสนองานวิจัยที่สร้างคุณูปการทางวิชาการของ “วศินี หนุนภักดี” เรื่อง “ความคิดเห็นเกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์และวิศวกรรมสังคมบน YouTube: การสร้างแบบจำลองหัวข้อด้วย BERTopic” ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของปัญหานี้ได้อย่างลุ่มลึกผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็นจากแพลตฟอร์ม YouTube ด้วยเทคนิคการประมวลผลภาษาธรรมชาติและโมเดล BERTopic องค์ความรู้ใหม่ที่ปรากฏในบทความวิจัยชี้ให้เห็นว่า พื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ได้แปรสภาพจากเพียงคลังข้อมูลไปสู่ “วงจรการเรียนรู้ทางสังคม” (Social Learning Loop) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เมื่อเกิดเหตุการณ์หลอกลวงขึ้น ประสบการณ์ส่วนบุคคลของเหยื่อจะถูกยกระดับสู่กระบวนการสร้างเรื่องเล่าสาธารณะ (Public Narrative) ก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้ในหลากมิติ ทั้งการมีส่วนร่วมทางอารมณ์ การวิพากษ์เชิงระบบไปจนถึงการตัดสินเชิงศีลธรรมต่อผู้เสียหาย

นัยสำคัญเชิงตรรกะที่น่าสนใจคือ การค้นพบว่าบทสนทนาในพื้นที่ดิจิทัลทำหน้าที่เป็น “ปัญญารวมหมู่” (Collective Intelligence) ที่ช่วยให้สังคมเกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสร้างกลไกป้องกันภัยในระดับชุมชน อย่างไรก็ตาม วงจรนี้ยังสะท้อนถึงการสั่นคลอนของความเชื่อมั่นต่อสถาบัน (Institutional Trust) และภาวการณ์ตีตราเหยื่อ (Victim Blaming) ซึ่งเป็นประเด็นที่นักนโยบายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องพิจารณาในการออกแบบมาตรการป้องกันและเยียวยาที่ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ต้องเป็นการเสริมสร้างสุขภาวะทางดิจิทัล (Digital Hygiene) และความรู้เท่าทันสื่อ
ที่ครอบคลุมไปถึงกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม

กองบรรณาธิการวารสารรัชต์ภาคย์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความวิชาการในฉบับนี้จะช่วยจุดประกายแนวคิดและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานโยบายสาธารณะ พร้อมทั้งขอสนับสนุนนักวิชาการและนักวิจัยทุกท่าน ในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าเพื่อขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติต่อไป

ดร. ธันยนันท์ จันทร์ทรงพล

บรรณาธิการ

Published: 2026-03-31

A Model for Enhancing the Operational Effectiveness of Temples in Bangkok and Metropolitan Areas

Taranun Sukpoon, Naiyana Wongjunya, Chaichana Wongjunya, Bundit Pungnirund

126 - 146

The Acceptance of Technology and Online Consumer Behavior are Related to Purchasing Decisions Made Through Store Chatbots on Applications

Siri Cledonyor, Pongsagorn Sothanon, Weerawat Thantikarn, Tosopon Sukhata, Thitatakan Aungsuchawalkit

164 - 178

Work Stress Affecting the Life Satisfaction of Accountants in Bangkok

Rinyaras Lertputtikul, Pornpana Srisatanon, Napat Pongpranithi, Nongnuch Homboon, Patchaploy Sukkhomprang

179 - 190

Creative Leadership in Public Services of Local Administrative Organization Leaders in Nong Khae District, Saraburi Province

Duangrat Thummasaroch, Torsak Mudmarn, Niloh Weanawea, Muhammudfaosun Dohae, Arrofut Mayaokasae

191 - 204

Motivation and Competency Affect the Performance of Local Government, Koh Samui City Municipality, Surat Thani Province

Kissawat Somwang, Jakpong Peammatta, Suppattarawarisara Ketsoontron, Poommin Namvongs, Jirachaya Klaodee

205 - 219

A Study of Leadership Characteristics of Administrators in Integrated Islamic Schools in Bangkok

Kawsar Napakorn, Witsarut Lohwithee, Khanittha Saleemad, Aiyara Lohmin, Hambalee Jehma

273 - 290

Self-Care Management Concepts for the Public

Kriengpath Tintasuvarn, Athithat Sirawarissara, Thitima Holumyong

291 - 308