เกี่ยวกับวารสาร

วารสารปรัชญาปริทรรศน์ก่อต้ังเมื่อปี พ.ศ. 2538 จากนั้น ได้ตีพิมพ์เผยแพร่บทความมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน กองบรรณาธิการของวารสารได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบทความ ตั้งแต่กระบวนการรับบทความ การกลั่นกรองจากกองบรรณาธิการเบื้องต้น การประเมินคุณภาพบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอก เพื่อรักษาและพัฒนาคุณภาพของบทความให้เป็นไปตามนโยบายของมหาวิทยาลัยและศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) และประเมินโดยผู้เชียวชาญ 3 ท่าน จากหลากหลายสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชานั้นๆ
Aim & Scope
Aim (วัตถุประสงค์ของวารสาร)
วารสารปรัชญาปริทรรศน์มุ่งเป็นเวทีวิชาการระดับชาติสำหรับการเผยแพร่ผลงานวิจัยและบทความวิชาการที่มีคุณภาพในด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายสำคัญดังนี้
-
ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา และสหวิทยาการที่เกี่ยวข้อง
-
พัฒนามาตรฐานงานวิจัยและงานวิชาการให้สอดคล้องกับเกณฑ์คุณภาพระดับชาติและนานาชาติ
-
เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป
-
สนับสนุนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านศาสนา ปรัชญา และสังคมศาสตร์ เพื่อประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน
-
เป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการที่เชื่อถือได้ และสนับสนุนระบบการเผยแพร่งานวิจัยแบบเปิด (Open Access)
Scope (ขอบเขตเนื้อหาที่รับตีพิมพ์)
วารสารรับพิจารณาบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสาขาวิชาดังต่อไปนี้
-
พระพุทธศาสนาและปรัชญา
-
พุทธปรัชญา เถรวาท มหายาน และวัชรยาน
-
การตีความคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา
-
จริยศาสตร์ ปรัชญาศาสนา อภิปรัชญา ญาณวิทยา
-
การประยุกต์ใช้หลักธรรมในบริบทสมัยใหม่
-
-
รัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์
-
ปรัชญาการเมือง ทฤษฎีการเมือง
-
ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับสังคม
-
การพัฒนาชุมชนและสังคมตามหลักพุทธธรรม
-
ประเด็นร่วมสมัยทางสังคม วัฒนธรรม และจริยธรรม
-
-
การศึกษา
-
พุทธวิธีการสอนและการเรียนรู้
-
ปรัชญาการศึกษา
-
การจัดการศึกษาทางพระพุทธศาสนา
-
นวัตกรรมทางการศึกษาและการพัฒนาหลักสูตร
-
-
ภาษาและวัฒนธรรม
-
ภาษาบาลี สันสกฤต และภาษาในคัมภีร์ทางศาสนา
-
การแปลและการตีความเชิงวิชาการ
-
วัฒนธรรม ศิลปกรรม และมรดกทางศาสนา
-
การศึกษาข้ามวัฒนธรรมและสหวิทยาการ
-
วารสารพิจารณาตีพิมพ์บทความวิจัย บทความวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยทุกบทความต้องผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพแบบ Double-blind Peer Review จากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 ท่าน
รูปแบบการดำเนินการตีพิมพ์บทความ
กองบรรณาธิการได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดทำวารสาร ตั้งแต่การคัดเลือกบทความ การประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างน้อยบทความละ 3 ท่าน ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการ โดยการประเมินในรูปแบบการปกปิดชื่อผู้ประเมินและผู้แต่ง (Double-blind Peer Review) และบทความต้นฉบับต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น
ประเภทของบทความ (Types of Articles)
1) บทความวิจัย (Research Article)
2) บทความวิชาการ (Academic Article)
3) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)
ภาษาที่รับตีพิมพ์ (Languages)
ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
การกำหนดตีพิมพ์ (Publication Frequency)
กำหนดเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ (ราย 6 เดือน) คือ ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม
ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ (APC)
เนื่องจากเป็นวารสารแบบเปิดเผยข้อมูลโดยไม่มีค่าสมัครสมาชิก ผู้เขียนหรือสถาบันหรือผู้ให้ทุนจะต้องชำระค่าธรรมเนียม (ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ หรือ APC) เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการตีพิมพ์ ซึ่งจะทำให้บทความของคุณสามารถเข้าถึงได้ฟรีทันทีและถาวรสำหรับทุกคน
ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความสำหรับวารสารนี้คือ 3,000 บาท
โดยดำเนินการดังนี้
1) โอนเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย รหัสสาขา 459 เลขที่บัญชี 981-8-88235-0
2) ชื่อบัญชี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (เงินรายได้)
3) เมื่อชำระแล้ว ส่งหลักฐานการโอนเงิน (สลิปการโอนเงิน) แนบมาในช่องกระทู้สนทนาในระบบวารสารออนไลน์ เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินการต่อไป
เจ้าของวารสาร
คณะศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
หน่วยงานสนับสนุน (Source of Support)
คณะศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
การเผยแพร่ (Publication)
จัดส่งให้ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)
วารสารอนุญาตให้มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ เพื่อช่วยในการปรับปรุงภาษา การแปลภาษา การจัดรูปแบบเอกสาร ตลอดจนการสนับสนุนการจัดเตรียมต้นฉบับในด้านอื่น ๆ ทั้งนี้ ผู้เขียนต้องเปิดเผยการใช้ AI ที่มีสาระสำคัญต่อการจัดทำบทความไว้ในต้นฉบับอย่างชัดเจน
AI หรือเครื่องมือที่ใช้ AI ไม่สามารถได้รับการระบุชื่อเป็นผู้แต่ง (Author) หรือผู้ร่วมแต่ง (Co-author) และไม่สามารถรับผิดชอบต่อเนื้อหา ผลการวิจัย หรือประเด็นด้านจริยธรรมการตีพิมพ์ได้ ผู้เขียนทุกคนยังคงมีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อความถูกต้อง ความเป็นต้นฉบับ ความน่าเชื่อถือ ความสมบูรณ์ของงานวิจัย และการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมทางวิชาการของบทความที่ส่งตีพิมพ์
การไม่เปิดเผยการใช้ AI ที่มีนัยสำคัญ หรือการส่งผลงานที่มีข้อมูล เนื้อหา ภาพ ตาราง ผลการวิเคราะห์ หรือเอกสารอ้างอิงที่สร้างขึ้นโดย AI โดยขาดการตรวจสอบความถูกต้อง หรือมีลักษณะเป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีหลักฐานรองรับ อาจเป็นเหตุให้บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ถูกเพิกถอนบทความภายหลังการตีพิมพ์ หรือถูกดำเนินการทางบรรณาธิการตามความเหมาะสม
ผู้เขียนต้องระบุรายละเอียดการใช้ AI ในหัวข้อ “คำแถลงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Declaration of AI Use)” โดยระบุชื่อเครื่องมือ AI วัตถุประสงค์การใช้งาน และขอบเขตการใช้งานอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ผู้เขียนต้องเป็นผู้ตรวจสอบ แก้ไข และรับรองความถูกต้องของเนื้อหาทั้งหมดก่อนการส่งบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์
เกณฑ์ "รับตีพิมพ์" (Acceptable)
บทความมีโอกาสได้รับการพิจารณาหาก
|
กรณีการใช้ AI |
สถานะ |
|
ช่วยตรวจภาษา ไวยากรณ์ และสำนวน |
รับได้ตามดุลพินิจ |
|
ช่วยแปลภาษา |
รับได้ตามดุลพินิจ |
|
ช่วยจัดรูปแบบเอกสารและบรรณานุกรม |
รับได้ตามดุลพินิจ |
|
ช่วยเขียนโค้ดโดยผู้วิจัยตรวจสอบทั้งหมด |
รับได้ตามดุลพินิจ |
|
ช่วยสรุปวรรณกรรมเบื้องต้นและผู้เขียนตรวจสอบเอง |
รับได้ตามดุลพินิจ |
|
สร้างภาพประกอบที่ไม่ใช่ข้อมูลวิจัย พร้อมเปิดเผย |
รับได้ตามดุลยพินิจ |
แนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบายของสำนักพิมพ์ที่อนุญาตให้ใช้ AI ภายใต้การเปิดเผยและการกำกับดูแลโดยมนุษย์
เกณฑ์ "ไม่รับตีพิมพ์" (Grounds for Rejection)
บทความอาจถูกปฏิเสธทันที หากพบว่า
|
กรณี |
ผลการพิจารณา |
|
ไม่เปิดเผยการใช้ AI ที่มีนัยสำคัญ |
Reject |
|
ใส่ AI เป็นผู้แต่ง (Author) |
Reject |
|
มีการสร้างข้อมูลปลอมด้วย AI |
Reject |
|
มีการสร้างผลการทดลองปลอม |
Reject |
|
มีการสร้างภาพวิจัยปลอมโดยไม่เปิดเผย |
Reject |
|
มีการอ้างอิงที่ AI สร้างขึ้นแต่ไม่มีอยู่จริง |
Reject |
|
คัดลอกหรือดัดแปลงเนื้อหาจาก AI จนเข้าข่าย Plagiarism |
Reject |
|
ส่งบทความที่ผู้เขียนไม่ตรวจสอบความถูกต้องของ AI Output |
Reject |
|
ใช้ AI เขียนบทความเกือบทั้งหมดโดยไม่มีการมีส่วนร่วมทางวิชาการของผู้วิจัย |
Reject |
|
ปกปิด Prompt หรือข้อมูลการใช้ AI เมื่อบรรณาธิการร้องขอ |
Reject |
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด การอ้างอิงหลอน (hallucinated references) และข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นทั้งหมด
นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยีที่ใช้ AI ในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
1. วัตถุประสงค์
วารสารสนับสนุนการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักจริยธรรมในการดำเนินงานวิจัยและการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ นโยบายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อธำรงไว้ซึ่งความถูกต้องน่าเชื่อถือของงานวิจัย ความรับผิดชอบของผู้เขียน ความเป็นต้นฉบับ และความโปร่งใสของกระบวนการวิจัย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเหมาะสม
2. หลักการทั่วไป
- ผู้เขียนต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อความถูกต้อง ความเป็นต้นฉบับ ความสมบูรณ์ ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องตามหลักวิชาการของเนื้อหาทั้งหมดที่ส่งมายังวารสาร ไม่ว่าจะมีการใช้เครื่องมือ AI ในกระบวนการจัดทำบทความหรือไม่ก็ตาม
- ระบบ AI หรือเครื่องมือ AI ทุกประเภท รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ChatGPT, Gemini, Claude, Copilot, Midjourney, DALL·E และเทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ไม่สามารถได้รับการระบุชื่อเป็นผู้แต่ง (Author) หรือผู้ร่วมแต่ง (Co-author) ของบทความได้
- เครื่องมือ AI ไม่สามารถรับผิดชอบทางกฎหมาย รับผิดชอบทางวิชาการ เปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน หรือถือครองลิขสิทธิ์ในผลงานทางวิชาการได้
- การใช้ AI ที่มีสาระสำคัญต่อการจัดทำบทความต้องได้รับการเปิดเผยอย่างชัดเจนและโปร่งใสในต้นฉบับ
3. การใช้ AI ที่ยอมรับได้
ผู้เขียนสามารถใช้ AI เพื่อสนับสนุนการจัดทำบทความได้ในกรณีต่อไปนี้ โดยผู้เขียนต้องตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของผลลัพธ์ทุกครั้ง
- การปรับปรุงภาษา การตรวจสอบไวยากรณ์ และการแก้ไขสำนวนทางวิชาการ
- การเพิ่มความชัดเจน ความอ่านง่าย และคุณภาพการนำเสนอเนื้อหา
- การช่วยแปลภาษา
- การตรวจสอบรูปแบบเอกสารและรูปแบบการอ้างอิง
- การช่วยสำรวจแนวคิดเบื้องต้นและการจัดระบบวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
- การช่วยพัฒนาโปรแกรมหรือเขียนโค้ด โดยผู้เขียนต้องตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของผลลัพธ์ทั้งหมด
- การสนับสนุนการประมวลผลข้อมูล โดยต้องมีการอธิบายวิธีการอย่างครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้
4. การใช้ AI ที่ไม่อนุญาต
วารสารไม่อนุญาตให้มีการใช้ AI ในลักษณะดังต่อไปนี้
- การระบุชื่อ AI เป็นผู้แต่งหรือผู้ร่วมแต่งบทความ
- การสร้างหรือปลอมแปลงข้อมูลวิจัย ผลการวิจัย ภาพ ตาราง หรือเอกสารอ้างอิง
- การสร้างรายการอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง หรือไม่สามารถตรวจสอบได้
- การใช้ AI เพื่อสร้างข้อสรุปที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผลการวิจัยจริง
- การส่งเนื้อหาที่สร้างโดย AI โดยไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้เขียน
- การใช้ AI เพื่อปกปิดการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (Plagiarism) การตีพิมพ์ซ้ำ (Duplicate Publication) หรือการประพฤติผิดทางวิชาการในรูปแบบอื่น
5. ข้อกำหนดในการเปิดเผยการใช้ AI
ผู้เขียนต้องเปิดเผยการใช้ AI หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ในหัวข้อแยกต่างหากภายใต้ชื่อ
“คำแถลงการใช้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีที่ใช้ AI (Declaration of AI and AI-Assisted Technologies)”
โดยต้องระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ชื่อเครื่องมือ AI ที่ใช้
- วัตถุประสงค์ของการใช้งาน
- ขอบเขตหรือระดับของการใช้งาน
- วิธีการตรวจสอบ แก้ไข และรับรองผลลัพธ์โดยผู้เขียน
ตัวอย่างการเปิดเผย
“ในการจัดเตรียมต้นฉบับนี้ ผู้เขียนได้ใช้ ChatGPT (OpenAI) เพื่อช่วยตรวจสอบภาษาและปรับปรุงไวยากรณ์ของบทความ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ทั้งหมดที่ได้จากเครื่องมือ AI ได้รับการตรวจสอบ แก้ไข และรับรองความถูกต้องโดยผู้เขียน ซึ่งผู้เขียนเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาสุดท้ายทั้งหมดของบทความ”
6. การประเมินโดยกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการดังต่อไปนี้
- ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ AI ในการจัดทำบทความ
- ขอให้ผู้เขียนส่งคำสั่ง (Prompt) หรือหลักฐานการใช้งาน AI เมื่อมีความจำเป็น
- ตรวจสอบความเป็นต้นฉบับ ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของเนื้อหา
- ปฏิเสธการพิจารณาบทความที่มีการใช้ AI ในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานทางวิชาการ ความโปร่งใส หรือหลักจริยธรรมการตีพิมพ์
7. ผลของการไม่เปิดเผยการใช้ AI
การไม่เปิดเผยการใช้ AI ที่มีนัยสำคัญอาจถือเป็นการละเมิดจริยธรรมการตีพิมพ์ และอาจส่งผลให้เกิดมาตรการดังต่อไปนี้
- การปฏิเสธการตีพิมพ์ก่อนการเผยแพร่
- การเพิกถอนบทความภายหลังการตีพิมพ์ (Retraction)
- การแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดของผู้เขียนทราบ
- การจำกัดสิทธิ์หรือระงับการส่งบทความมายังวารสารเป็นการชั่วคราวหรือถาวร
ทั้งนี้ ผู้เขียนยังคงเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อความถูกต้อง ความครบถ้วน ความน่าเชื่อถือ และความสอดคล้องตามหลักจริยธรรมของบทความที่ส่งตีพิมพ์ทุกประการ
