ที่มาเชิงนโยบายและปัญหาขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการทั้งสี่ชุด ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568

ผู้แต่ง

  • อภิภัสร์ ปาสานะเก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • สิริพัชร ลิ่มวงศ์ นักวิชาการอิสระ
  • สาลินี ลิขิตพัฒนะกุล มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
  • ชัยวัฒน์ ป้อมพิทักษ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

คำสำคัญ:

ความมั่นคงทางศาสนา, โครงสร้างอำนาจคณะสงฆ์, การคุ้มครองพระพุทธศาสนา, ธรรมาภิบาลวัด

บทคัดย่อ

Name of Author & Corresponding Author: *

 

1. อภิภัสร์ ปาสานะเก*

Apipat Pasanaga

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

Faculty of Law, Sripatum University, Thailand.

Email: pasanaga@gmail.com

 

2. สิริพัชร ลิ่มวงศ์

Siripat Limvong

นักวิชาการอิสระ

Independent Scholar, Thailand.

Email: siripat_limvong@gmail.com

 

3. สาลินี ลิขิตพัฒนะกุล

Salinee Likitpattanakul

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

Mahamakut Buddhist University, Thailand.

Email: salinee_likit@gmail.com

 

4. ชัยวัฒน์ ป้อมพิทักษ์

Chaiwat Pomphithak

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

Faculty of Law, Sripatum University, Thailand.

Email: chaiwat_pom@gmail.com

 

คำสำคัญ:

ความมั่นคงทางศาสนา, โครงสร้างอำนาจคณะสงฆ์, การคุ้มครองพระพุทธศาสนา,

ธรรมาภิบาลวัด

Keywords:

Process, Development,

Cognitive Wisdom, Youth

 

Article history:

Received:  09/09/2025

Revised:    24/10/2025

Accepted: 27/11/2025

Available online: 31/12/2025

 

How to cite:

Pasanaga, A. et al. (2026).

Policy Origins and Jurisdictional Challenges of the Four Committees Under the Prime Minister’s Office Regulation on the Protection of Buddhism B.E. 2568. Journal of Philosophical Vision, 30 (2), 166-178.

The Prime Minister’s Office Regulation on the Protection of Buddhism B.E. 2568 (2025) serves as a policy mechanism enacted by the State to fulfill its constitutional duty under Section 67 of the Constitution of the Kingdom of Thailand to support and safeguard Buddhism. This study aims to analyze the policy rationale, structural formation, and functional mandates of the four committees established under the Regulation, as well as to examine the potential overlap between their powers and the governance authority of the Sangha under the Sangha Act B.E. 2505 (1962). The research employs documentary research methodology, combined with legal analysis and interpretive examination of Buddhist doctrinal principles and the institutional power relations of religious governance within the contemporary Thai legal framework.

The findings indicate that although the Regulation seeks to enhance religious security and promote transparency in the administration of temple affairs, the scope of authority granted to the National Committee for the Protection of Buddhism and the Provincial Committees presents a significant risk of overlapping with the jurisdiction of the Supreme Sangha Council, particularly in matters of disciplinary governance, management of religious property, and the auditing of temple finances. Furthermore, the roles assigned to the Central Vinayadhara Council and the Central Dhammadhara Council may lead to the integration of doctrinal-interpretative authority with State administrative mechanisms, potentially undermining the traditional autonomy of the Sangha. The study therefore recommends clarifying jurisdictional boundaries, strengthening institutional checks and balances between the State and the Sangha, and developing a community-participatory model of temple governance to sustain the equilibrium between secular law and the Buddhist monastic disciplinary system.

บทคัดย่อ

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568 เป็นกลไกเชิงนโยบายที่รัฐตราขึ้นเพื่อรองรับภารกิจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ที่มาเชิงนโยบาย โครงสร้าง และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการทั้งสี่ชุดที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบดังกล่าว รวมถึงประเด็นปัญหาขอบเขตอำนาจที่อาจทับซ้อนกับการปกครองคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงเอกสาร วิเคราะห์เชิงกฎหมายควบคู่กับการตีความเชิงหลักธรรมและโครงสร้างอำนาจของสถาบันศาสนาในบริบทกฎหมายไทยร่วมสมัย

ผลการศึกษาพบว่า แม้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568               จะมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางศาสนาและความโปร่งใสในการบริหารกิจการของวัด แต่ขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) และคณะอนุกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติระดับจังหวัด (อพช.) มีความเสี่ยงที่จะทับซ้อนกับอำนาจตามโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ของมหาเถรสมาคม ทั้งในด้านการกำกับวินัย การจัดการศาสนสมบัติ และการตรวจสอบบัญชีวัด นอกจากนี้ บทบาทของคณะวินัยธรกลางและคณะธรรมธรกลาง อาจนำไปสู่การผสานอำนาจการตีความพระวินัยและคำสอนกับกระบวนการบริหารรัฐ ซึ่งอาจกระทบต่อหลักการอิสระของศาสนจักรตามประเพณีไทย            จึงเสนอแนะให้กำหนดขอบเขตอำนาจให้ชัดเจน เพิ่มกลไกถ่วงดุลระหว่างรัฐและมหาเถรสมาคม และพัฒนาระบบธรรมาภิบาลวัดแบบมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อธำรงความสมดุลระหว่างกฎหมายกับพระธรรมวินัยอย่างยั่งยืน

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

คู่มือพระสังฆาธิการ. (2567). แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม 2 พ.ศ. 2457 (เล่ม 2, 36) เรื่องพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121. กรุงเทพฯ: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.

ชวพัฒน์ สัมฤทธิ์สิริพงศ์. (2566). ปัญหาการออกกฎหมายลำดับรองเกินแม่บทของหน่วยงานผู้ใช้อำนาจทางปกครอง. การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญานิติศาสตร มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ณัฐฐาพร จินดาสวัสดิ์. (2558). การปกครองคณะสงฆ์ในประเทศไทย กรณีศึกษา : มหาเถรสมาคม. การค้นคว้าอิสระปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

พระมหาประพันธ์ สิริปญฺโญ, และคณะ. (2563). สิทธิและเสรีภาพของพระภิกษุสงฆ์ในกฎหมายไทย. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(11), 409-423.

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505. (2505, 31 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 79(115), 29-44.

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562. (2562, 27 พฤษภาคม).ราชกิจจา นุเบกษา, 136(69 ), 52-95.

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534. (2534, 4 กันยายน). ราชกิจจานุเบกษา ฉบับ พิเศษ, 108(156), 1-41.

รัชพล ธนะเกียรติวารี. (2562). The Crisis and Legal Measure for the Corruption in Thai Buddhist Temple. Journal of Thai Justice System, 12(1), 121-136.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก, วันที่ 6 เมษายน 2560, 1-90.

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568. (2568). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 353, วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568, 1-8.

สิทธิ์ บุตรอินทร์, ปรีชา บุญศรีตัน, และสุพัฒน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล. (2546). สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส: งานและพระดำริด้านการศึกษาและการปกครอง. รายงานการวิจัยศูนย์พุทธศาสตร์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. พิมพ์ครั้งที่ 1, กรุงเทพฯ: สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ.

อภิภัสร์ ปาสานะเก, สาลินี ลิขิตพัฒนะกุล, และ ธวัชชัย จันทร์สม. (2566). ความจำเป็นในการเปิดสอนหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตในมหาวิทยาลัยสงฆ์ในประเทศไทย. วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 3(5), 156-194.

เอกสิทธิ์ ฉิมวงษ์. (2565). สถานะทางกฎหมายของมหาเถรสมาคม. วิทยานิพนธ์ปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Damien Keown. (2022). BUDDHIST ETHICS Reconciling Virtue and Happiness. Published in Hong Kong by the Centre of Buddhist Studies the University of Hong Kong.

Hidetake Yano. (2019). Religious Activities of Administrative Agencies and the Relation between Religion and the State in Modern Thailand. Journal of Community Development Research (Humanities and Social Sciences), 12(1), 71-78.

International Crisis Group. (2017). Buddhism and State Power in Myanmar. Crisis Group Asia Report N°290.

MASAYUKI DEGUCH. (2016). GLOBALIZATION, GLOCALIZATION, AND GALÁPAGOS SYNDROME: PUBLIC INTEREST CORPORATIONS IN JAPAN. International Journal of Not-for-Profit Law, 18(1), 5-14.

Supreme Court of Sri Lanka. (2025). Welimada Dhammadinna Bhikkhuni & Inamaluwe Sri Sumangala Thero v. R.M.S. Sarath Kumara & Others (SC/FR/218/2013). Supreme Court of the Democratic Socialist Republic of Sri Lanka.

Susumu Morimura. (2003). FREEDOM OF RELIGION AND THE SEPARATION OF STATE ANDRELIGION: A JAPANESE CASE STUDY. Hitotsubashi Journal of Law and Politics. 31 (2003), 23-30.

The Constitution of the Democratic Socialist Republic of Sri Lanka 1978. (2023). Published by the Parliament Secretariat.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-26

รูปแบบการอ้างอิง

ปาสานะเก อ. ., ลิ่มวงศ์ ส. ., ลิขิตพัฒนะกุล ส. ., & ป้อมพิทักษ์ ช. . (2026). ที่มาเชิงนโยบายและปัญหาขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการทั้งสี่ชุด ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568. วารสารปรัชญาปริทรรศน์, 31(1), 166–178. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/phiv/article/view/285257

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ