วิเคราะห์เปรียบเทียบกฎหมายว่าด้วยการลงนิคหกรรมตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 กับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศึกษาเฉพาะกรณี : อำนาจในการฟ้องคดีขององค์กรสงฆ์
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของการลงนิคหกรรมในพระพุทธศาสนา 2) วิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายของการลงนิคหกรรมตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และความสัมพันธ์กับประมวลกฎหมายอาญา รวมถึงอำนาจการฟ้องคดีขององค์กรสงฆ์ 3) วิเคราะห์เชิงลึกกรณีศึกษาเกี่ยวกับสถานะและอำนาจฟ้องขององค์กรสงฆ์ภายใต้โครงสร้างกฎหมายรัฐ และ 4) เสนอแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพในรูปแบบการวิจัยเอกสาร และการวิเคราะห์เชิงนิติศาสตร์ โดยใช้แหล่งข้อมูลจากพระไตรปิฎก กฎมหาเถรสมาคม พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎหมายอาญา เอกสารทางวิชาการ และคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง กลุ่มข้อมูลศึกษา คือเอกสารกฎหมายและเอกสารทางพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยคัดเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการลงนิคหกรรมและอำนาจทางกฎหมายขององค์กรสงฆ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบวิเคราะห์เอกสาร และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า การลงนิคหกรรมมีพัฒนาการจากอธิกรณสมถะในพระธรรมวินัยสู่ระบบกฎหมายเชิงสถาบันภายใต้กฎมหาเถรสมาคม ซึ่งสะท้อนการบูรณาการอำนาจศาสนจักรและอาณาจักร กระบวนการลงนิคหกรรมในปัจจุบันมีโครงสร้างคล้ายกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ได้แก่ การพิจารณา 3 ชั้นและการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มีองค์ประกอบครบถ้วน อย่างไรก็ตามยังพบปัญหาด้านความเชี่ยวชาญทางกฎหมายขององค์คณะผู้พิจารณา ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบังคับใช้ นอกจากนี้ พระสังฆาธิการมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญาและมีอำนาจในการดำเนินคดีภายในคณะสงฆ์ แต่ยังมีข้อจำกัดในการใช้สิทธิฟ้องร้องต่อบุคคลภายนอกในบางกรณี ซึ่งสะท้อนความทับซ้อนระหว่างกฎหมายรัฐและพระธรรมวินัย อันควรนำไปสู่การพัฒนากรอบกฎหมายให้มีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กฤตยา เอี่ยมโสภณา. (2560). การคุ้มครองสิทธิของพระภิกษุในกระบวนการพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรม(วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์). คณะนิติศาสตร์: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูอรรถธรรมภาณี และคณะ. (2565). มาตรการทางกฎหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2521). วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 11(2), 45-60.
พระมหาจำลอง รัตนปัญโญ และคณะ. (2562). มาตรการทางกฎหมายในการพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2521). วารสารวิชาการ มหาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 12(1), 125-138.
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535. (ราชกิจจานุเบกษา).
พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121. (ราชกิจจานุเบกษา).
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2548). เอกสารเกี่ยวกับกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม. กรุงเทพฯ: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
สุนทร มณีสวัสดิ์. (2556). ปัญหาการตรวจสอบการใช้อำนาจตามกฎหมายขององค์กรสงฆ์โดยศาลปกครอง. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 42(4), 712-730.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Philosophical Vision

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความวิชาการและบทความวิจัย ในวารสารฉบับนี้ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
