บทบาทของผู้ใหญ่บ้านต่อกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ กรณีศึกษา อาชญากรรมความรุนแรงในครอบครัวในจังหวัดนครนายก
คำสำคัญ:
ผู้ใหญ่บ้าน, กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์, ความรุนแรงในครอบครัว, อาชญากรรมในชุมชน, จังหวัดนครนายกบทคัดย่อ
การวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) บทบาทของผู้ใหญ่บ้านในการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว (2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของบทบาทผู้ใหญ่บ้านในการจัดการปัญหาดังกล่าว และ (3) แนวทางการพัฒนาบทบาทผู้ใหญ่บ้านในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมความรุนแรงในครอบครัวผ่านกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในจังหวัดนครนายก การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 20 คน ประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน 8 คน บุคคลในครอบครัวที่เคยประสบปัญหาความรุนแรงและได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน 4 คน ประชาชนในชุมชน 5 คน และเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ปฏิบัติงานร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน 3 คน ข้อมูลที่ได้ถูกวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ใหญ่บ้านมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในสามมิติหลัก ได้แก่ การป้องกัน การไกล่เกลี่ย และการติดตามฟื้นฟู โดยในด้านการป้องกัน ผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง สร้างความตระหนักรู้ และประสานความร่วมมือกับเครือข่ายในชุมชน ด้านการไกล่เกลี่ย ผู้ใหญ่บ้านมีบทบาทในการระงับข้อพิพาท รับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย อธิบายผลทางกฎหมาย และส่งเสริมการจัดทำข้อตกลงร่วมกันภายใต้ความไว้วางใจของชุมชน ส่วนด้านการติดตามฟื้นฟู ผู้ใหญ่บ้านมีส่วนสำคัญในการติดตามผลหลังการไกล่เกลี่ย การส่งต่อผู้เสียหายเข้าสู่ระบบสวัสดิการสังคมและสาธารณสุข รวมถึงการสนับสนุนการกลับคืนสู่ชุมชนของผู้กระทำผิดอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ได้แก่ ความไว้วางใจจากประชาชน ความรู้ด้านกฎหมายและทักษะการไกล่เกลี่ย การมีเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ และความเข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ขณะที่อุปสรรคสำคัญประกอบด้วยค่านิยมที่มองว่าความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องส่วนตัว ข้อจำกัดด้านทรัพยากร ความซับซ้อนของคดี และการขาดระบบติดตามผลระยะยาว ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการเสริมสร้างศักยภาพผู้ใหญ่บ้านผ่านการพัฒนาคู่มือมาตรฐานการไกล่เกลี่ย การฝึกอบรมด้านกฎหมายและการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง การสร้างเครือข่ายสหวิชาชีพสำหรับการส่งต่อคดี และการสนับสนุนสวัสดิการที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้อย่างยั่งยืน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง. (2569). ข้อมูลจำนวนหมู่บ้านและผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ. กระทรวงมหาดไทย.
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2567). รายงานสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทย ประจำปี 2567. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2565–2566). รายงานข้อมูลศูนย์พึ่งได้เกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว. กระทรวงสาธารณสุข.
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550. (2550, 14 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 124 ตอนที่ 41 ก.
พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 และที่แก้ไขเพิ่มเติม. (2457). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 31, 354–383.
สุมนทิพย์ จิตสว่าง, ฐิติยา เพชรมุนี, นัทธี จิตสว่าง และวนัสนันท์ กันทะวงศ์. (2566). ความรุนแรงในสังคมไทย. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, 31(1), 47–48.
Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.
Bazemore, G., & Umbreit, M. S. (1995). Rethinking the sanctioning function in juvenile court: Retributive or restorative responses to youth crime. Crime & Delinquency, 41(3), 296–316.
Cohen, L. E., & Felson, M. (1979). Social change and crime rate trends: A routine activity approach. American Sociological Review, 44(4), 588–608.
Drost, L., Schippers, M., & van der Kooij, T. (2015). Restorative justice in cases of domestic violence: Best practice examples between increasing mutual understanding and awareness of specific protection needs. Verwey-Jonker Institute.
Freud, S. (1964). Group psychology and the analysis of the ego. Bantam Books.
Gelles, R. J., & Straus, M. A. (1979). Determinants of violence in the family: Toward a theoretical integration. In W. R. Burr, R. Hill, F. I. Nye, & I. L. Reiss (Eds.), Contemporary theories about the family (Vol. 1, 549–581). Free Press.
Linton, R. (1936). The study of man: An introduction. Appleton-Century.
World Health Organization. (2023). Violence against women: Key facts. World Health Organization.
Zehr, H. (2002). The little book of restorative justice. Good Books.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Philosophical Vision

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความวิชาการและบทความวิจัย ในวารสารฉบับนี้ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
