การจัดการนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ของวิสาหกิจเพื่อสังคมภาคบริการเพื่อลดความยากจนในบริบทของจังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
การจัดการนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์, วิสาหกิจเพื่อสังคม, ภาคการบริการ, การลดความยากจน, เชียงใหม่บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากลยุทธ์การจัดการนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์สำหรับวิสาหกิจเพื่อสังคมภาคบริการในจังหวัดเชียงใหม่ และศึกษาผลกระทบของกลยุทธ์ดังกล่าวต่อการลดความยากจน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสาน การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและการสนทนากลุ่มจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 44 คน ประกอบด้วย ผู้ก่อตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม ผู้บริหาร และตัวแทนชุมชน โดยใช้การวิเคราะห์ SWOT และ TOWS Matrix เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอก สู่การพัฒนาการจัดการนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ ข้อมูลเชิงปริมาณเก็บรวบรวมจากแบบสอบถามของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับวิสาหกิจเพื่อสังคมภาคบริการในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 400 คน ตามสูตรขนาดตัวอย่างของ Yamane (1967) ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และค่าความคลาดเคลื่อนร้อยละ 5 ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า การจัดการนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์ 4 กลยุทธ์ ได้แก่ นวัตกรรมบริการชุมชนอัจฉริยะ (กลยุทธ์ SO) การพัฒนาศักยภาพเชิงสถาบัน (กลยุทธ์ WO) การตลาดบนฐานคุณค่าทางวัฒนธรรม (กลยุทธ์ ST) และการพัฒนาความยืดหยุ่นขององค์กร (กลยุทธ์ WT) ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า ภาพรวมของการจัดการนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์อยู่ในระดับมาก ( = 4.27, S.D. = 0.39) และทั้ง 4 กลยุทธ์มีความสัมพันธ์กับการลดความยากจนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.01) ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณชี้ให้เห็นว่า แบบจำลองโดยรวมสามารถอธิบายความแปรปรวนของการลดความยากจนได้ร้อยละ 79.4 (R2 = 0.794, Adjusted R2 = 0.786, F = 94.621, p < 0.001) โดยนวัตกรรมบริการชุมชนอัจฉริยะส่งอิทธิพลเชิงบวกมากที่สุด (Beta = 0.472, p < 0.001) รองลงมาคือ การตลาดบนฐานคุณค่าทางวัฒนธรรม (Beta = 0.316, p < 0.001) และการพัฒนาศักยภาพเชิงสถาบัน (Beta = 0.194, p = 0.002) ในทางตรงกันข้าม การพัฒนาความยืดหยุ่นขององค์กรส่งอิทธิพลเชิงลบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Beta = -0.248, p < 0.001) ซึ่งสะท้อนว่า การให้ความสำคัญกับกลยุทธ์เชิงป้องกันมากเกินไปอาจจำกัดการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมเชิงรุก ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของนวัตกรรมการบริการ การใช้ประโยชน์จากต้นทุนทางวัฒนธรรม และการเสริมสร้างศักยภาพเชิงสถาบันในการขับเคลื่อนการลดความยากจนอย่างยั่งยืนผ่านการจัดการวิสาหกิจเพื่อสังคมในจังหวัดเชียงใหม่
เอกสารอ้างอิง
Atsalikorn, W., Laothamatas, J., & Prasoptham, J. (2023). Social impact and social return on investment of the potential development project for elderly care service in Mae Mok subdistrict, Thoen district, Lampang province. Kasetsart Journal of Social Sciences, 44, 665-674. https://doi.org/10.34044/j.kjss.2023.44.3.03
Creswell, J. W., & Creswell, J. D. (2023). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (6th ed.). Sage.
Dombrovska, N., & Farion, V. (2024). Digital transformation in enterprise management: Adaptation of business models under the influence of innovative technologies. Economic Analysis, 34(3), 40-53. https://doi.org/10.35774/econa2024.03.040
Duan, H., Wei, Y., Wang, Z., & Huang, J. (2025). Sustainable business model innovation in social enterprises: An institutional logic perspective. Sustainability, 18(1), Article 97. https://doi.org/10.3390/su18010097
Kitchaicharoen, J., Suebpongsang, P., Singvejsakul, J., & Pradit, O. (2024). Social return on investment of Chiang Mai’s urban pesticide-free vegetable production system development project. In ASEAN University Symposium for Sustainable Food System Faculty of Economics 18–19 April 2024 (pp. 1-10). https://doi.org/10.22004/ag.econ.344451
McQuitty, S. (2018). The purposes of multivariate data analysis methods: An applied commentary. Journal of African Business, 19(1), 124-142. https://doi.org/10.1080/15228916.2017.1374816
Nik Jaafar, N. F. H., Abdul Kadir, M. A. B., & Ismail, Z. (2025). Sustainability of social enterprises from a practitioner’s perspective. Environment-Behaviour Proceedings Journal, 10(SI28), 261–268. https://doi.org/10.21834/e-bpj.v10iSI28.6958
Ramadani, V., Agarwal, S., Caputo, A., Agrawal, V., & Dixit, J. K. (2022). Sustainable competencies of social entrepreneurship for sustainable development: Exploratory analysis from a developing economy. Business Strategy and the Environment, 31(7), 3437-3453. https://doi.org/10.1002/bse.3093
Social Enterprise Promotion Office. (n.d.). About us. https://www.osep.or.th/en/elementor-2866/
Weihrich, H. (1982). The TOWS matrix—A tool for situational analysis. Long Range Planning, 15(2), 54–66. https://doi.org/10.1016/0024-6301(82)90120-0
Yamane, T. (1967). Statistics: An introductory analysis (2nd ed.). Harper & Row.
Zaniarti, S., Veronica, S., & Arsytania, R. A. (2022). The effect of financial literacy on the sustainability of micro, small, and medium, enterprises with access to finance as a mediating variable. The International Journal of Management Science and Business Administration, 9(1), 17-31. https://doi.org/10.18775/ijmsba.1849-5664-5419.2014.91.1002
สุธาวัลย์ สัจจสมบูรณ์, ภูษณิศา เตชเถกิง, ปรีดา ศรีนฤวรรณ, และจักรพงษ์ สุขพันธ์. (2567). รูปแบบนวัตกรรมธุรกิจเพื่อสังคมของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรกรรุ่นใหม่ในเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย. วารสารธรรมศาสตร์, 43(2), 93–107 https://so05.tci-thaijo.org/index.php/tujo/article/view/275227
สุริยนต์ สูงคำ และลัดดา ปินตา. (2565). การจัดการห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรปลอดภัยของ บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด. วารสารบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ ราชมงคลล้านนา, 10(2), 1–18. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/balajhss/article/view/262226
สุวิมล มธุรส, เสาวรส วิชาพร, และมัทธนา พิพิธเนาวรัตน์. (2566). นวัตกรรมเชิงกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาองค์กรให้ยั่งยืน. วารสารรัชต์ภาคย์, 17(53), 408–423. https://so05.tci-thaijo.og/index.php/RJPJ/article/view/264243
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารสุทธิปริทัศน์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสุทธิปริทัศน์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสุทธิปริทัศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารสุทธิปริทัศน์ก่อนเท่านั้น
